Cafe Parisien

It's me : ทางเลือกน่าสนใจสำหรับผู้หลงใหลความแตกต่างอย่างมีระดับ ด้วยการพิสูจน์รสชาติอาหารชั้นเลิศแบบต้นตำรับฝรั่งเศส ซึ่งนำเสนอความงดงามของการรังสรรค์อาหารด้วยวัตถุดิบเกรดพรีเมียมจากทั่วทุกภาคของฝรั่งเศส

Touch me : บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นราวกับหนีไปพักเที่ยงที่ฝรั่งเศส แต่แท้จริงอยู่แค่ถนนวิทยุ

Try me : สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของคาเฟ่ ปารีเซียน คัดสรรเฉพาะอาหารที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวจากอดีตกาล และยังรับความนิยมมาจนปัจจุบัน อาทิ 'Baked Endive with Savoy Ham, Béchamel Sauce' จานอร่อยที่ขึ้นโต๊ะอาหารของชนชั้นสูงตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 เต็มเปี่ยมไปด้วยผักเอนไดฟ (Endive) ม้วนกับแฮมรสเลิศล้ำจากแคว้นซาวอย ราดด้วยซอสเบชาเมล (Béchamel Sauce) และท็อปชีสคอมเต้ (Comté) ก่อนนำเข้าอบอีกครั้ง  'Slow-Cooked Veal Blanquette, Potato & Leek' อีกหนึ่งความคลาสสิกที่นิยมมาตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรปรัสเซีย หรือราว 300 ปีก่อน สมัยโบราณจะเป็นการนำเนื้อย่างที่เหลือมาตุ๋นเป็นสตูว์ แต่สำหรับคาเฟ่ ปารีเซียน เลือกนำเนื้อลูกวัวมาตุ๋นจนนุ่มในซอสสีขาวนวลเนียน 'Coq au Vin, Gratin Dauphinois' อาหารที่นิยมกันมาแต่โบราณ ไล่เรียงไปได้ถึงยุค Gaul และ Julius Ceasar เครื่องปรุงหลักคือ ไก่ฟ้า เบคอน เห็ดแชมปิญอง หอมใหญ่ และกระเทียม หมักข้ามวันข้ามคืนกับไวน์แดงจากแคว้นเบอร์กันดี ก่อนนำไปตุ๋นจนนุ่ม รับประทานคู่กับ Gratain Dauphinois มันฝรั่งอบกับชีสสไตล์ฝรั่งเศส

Pay me : สนนราคาของความอร่อยอยู่ที่ 800-1,500 บาท/ท่าน

Find me : อยู่ในโครงการเดอะกลาสเฮ้าส์ แอท สินธร ถนนวิทยุ เปิดบริการ 11.30-14.00 น. และ 18.00-22.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0 2650 9993 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ FB : cafeparisienbkk และ FB : glasshouseatsindhorn

Wow! : ห้ามพลาด! 'Boiled Beef Pot au Feu' เนื้อตุ๋นกลิ่นหอมฟุ้ง ที่เคี่ยวข้ามวันด้วยวิธีการแบบ Pot au Feu ที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 9 ของฝรั่งเศส แต่ถ้าจะนับการบันทึกลงในพจนานุกรมของฝรั่งเศส ก็เมื่อปี 1829 ร่วมสองศตวรรษเข้าไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักกันในประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดซุปชนิดนี้มากเป็นพิเศษ ทรงปรุงเสวยด้วยพระองค์เอง และเรียกกันอย่างไทยว่า ซุปปอดโอโฟ