เหยื่ออีกรายจากโลกออนไลน์ Kelly Marie Tran นักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม เป็นที่รู้จักจากบท Rose Tico ในภาพยนตร์ชุด Star Wars: The Last Jedi (เธอเป็นคนเอเชียคนแรกได้ได้แสดงในหนังชุดเรื่องนี้) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงรูปลักษณ์ของเธอจากแฟนภาพยนตร์บางส่วน เพราะความเป็น ‘เอเชียน’ ทำให้เธอแตกต่างจากนักแสดงในเรื่องที่ส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตกอย่างชัดเจน  ล่าสุดเมื่อคืนนี้ (5 มิ.ย.) เธอได้ลบโพสต์ทั้งหมดใน Instagram ส่วนตัวหลังมีคนมาคอมเมนต์เชิงต่อว่าหน้าตาของเธอ
 
 
ก่อนหน้านั้นนักแสดงอีกคนของภาพยนตร์ชุดนี้อย่าง Daisy Ridley เองก็เคยโดนวิจารณ์ในทำนองนี้เช่นกันว่า เธอมีรูปร่างที่ไม่สมกับความเป็นหญิงตามความคาดหวัง (Unrealistic expectations) เพราะขาดส่วนเว้าส่วนโค้ง และทำมีม (Meme) ล้อเลียนเธอ ซึ่ง Daisy ได้ออกมาตอบโต้ว่า “ผู้หญิงจริง ๆ  มีทุกรูปร่าง ทุกขนาด ทุกชาติพันธุ์ ทุกระดับความกล้าหาญ มีครอบครัว ไม่มีครอบครัว และฉันเป็นผู้หญิงจริง ๆ เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ บนโลกใบนี้” 
 
 
เราอาจคุ้นเคยกับคำว่า Cyber Bullying หรือการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ให้เหยื่อเกิดความเจ็บปวดและอับอาย อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัยรุ่นหลายคนฆ่าตัวตาย แต่คำนี้เป็นการนิยามแบบภาพรวมเพราะการกลั่นแกล้งมีหลากหลายวิธีการ ซึ่งสิ่งที่ดาราสาวทั้งสองเจอก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Cyber Bullying
 
การเหยียดรูปลักษณ์หน้าตาเรียกว่า Body Shaming แตกต่างจาก Sexual Harassment ตรงที่การกระทำนี้จะใช้ถ้อยทำหรือวิธีต่าง ๆ ทำร้าย (abusing) ความรู้สึกอีกฝ่ายให้หมดความมั่นใจ จนบางคนถึงกับเกลียดรูปร่างของตัวเอง ส่วน Sexual Harassment หรือการคุกคามจะเป็นการกระทำและใช้ถ้อยคำแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศในเชิงลามกและเหยียดเพศเสียมากกว่า
 
 
Body Shaming ไม่ได้มีแค่เหยื่อผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็ถูกคาดหวังให้มีร่างกายตามอุดมคติที่แต่ละสังคมกำหนด หากจะยกตัวอย่าง คำว่า ‘พิมพ์นิยม’ คงเป็นคำที่อธิบายได้ชัดเจนที่สุด ค่านิยมทางร่างกายแบบไทย ๆ ต้องผิวขาว หุ่นดี หน้าเรียว จมูกโด่ง ฯลฯ  ใครก็ตามที่มีคุณลักษณะนอกเหนือจากนี้ก็จะมีความเสี่ยงถูก Body Shaming ได้โดยเฉพาะ ‘บุคคลไร้ตัวตน’ บนโลกออนไลน์
 
แม้ว่าการเหยียดหยามผู้อื่นจะเป็นสิ่งที่ไม่สมควรปฏิบัติเมื่อต้องอยู่ร่วมกันในสังคม แต่ในทางจิตวิทยามองว่าสิ่งนี้เป็นกระบวนการธรรมชาติของมนุษย์ โดย Leon Festinger นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้เสนอทฤษฎีการเปรียบเทียบทางสังคม (Social comparison Theory) ในปี 1954 ว่า การนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นจะทำให้เกิดการประเมินตนเองและกระตุ้นให้พัฒนาความสามารถ ซึ่งการเปรียบเทียบนี้มีอยู่ 2 รูปแบบ
 
 
แบบแรกเรียกว่า Upward comparison เป็นการเปรียบเทียบกับคนที่เรามองว่าดีกว่าในทุก ๆ ด้านหรือด้านใดด้านหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เรามักเอาคนที่ชื่นชอบมาเปรียบแล้วเกิดแรงกระตุ้นอยากพัฒนาตัวเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่า เรียกได้ว่านำมาเป็น ‘ไอดอล’ แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของการเปรียบเทียบแบบนี้คือหากเปรียบเทียบหรือกดดันตัวเองมากเกินไปจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง หรือเกิดความอิจฉาได้
 
ส่วนอีกรูปแบบคือ Downward comparison เปรียบเทียบตัวเองกับคนที่เรามองว่าด้อยกว่า ข้อดีของกลไกนี้จะช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เช่น คนที่กำลังล้มละลาย มีหนี้สินแล้วยังหาทางออกไม่ได้ จะนึกปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีบ้านอยู่ ดีกว่าต้องนอนริมถนนเหมือนคนไร้บ้าน หรือคนที่ไม่พึงพอใจกับหน้าตาตัวเองก็จะปลอบใจว่าดีกว่าเป็นคนพิการ 
 
 
แน่นอนว่าข้อเสียของวิธีนี้คือหากปลอบตัวเองมากเกินไปก็กลายเป็นการเหยียดคนอื่นได้เช่นกัน และกรณีที่ Kelly Marie Tran ถูกกระทำในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของความเป็นชาติพันธุ์ที่ถูกมองว่าด้อยกว่า
 
มองตามทฤษฎีแล้ว การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นอาจเป็นสิ่งที่เราคิดอยู่ในใจลึก ๆ หรือเกิดขึ้นแบบห้ามตัวเองไม่ได้ แต่การแสดงออกจนละเมิดสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นเช่นกัน 
 
เชื่อว่า Kelly คงไม่ใช่เหยื่อรายสุดท้ายของเหตุการณ์ Body Shaming เพราะความรวดเร็วของโลกออนไลน์ทำให้เรามักขาดความระวังก่อนตัดสินใจทำสิ่งใด ดังนั้นหากชาวเน็ตรู้จักยั้งสติก่อนกดคอมเมนต์ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ และได้แต่หวังว่า
 
ขอ ‘สติ’ จงสถิตอยู่กับท่าน