x

ใครจะเชื่อว่าโลกเราหมุนมาถึงวันที่คนซื้อของรีบจ่ายค่าสินค้า เร็วยิ่งกว่าที่พ่อค้าแม่ค้าอยากขายของ แล้วคนกลางอย่างธนาคารนอกจากให้บริการฟรีๆ ไม่เก็บค่าต๋งแล้วดันแจกเงินเข้ากระเป๋าเป็นของแถมให้ทั้งคนซื้อคนขายอีกด้วย
 
ที่สำคัญโลกที่ว่านี้ แทบจะถูกย่อส่วนยัดลงสมาร์ทโฟนในมือเรา
 
ยินดีต้อนรับสู่โลก Social Commerce
 
หลังจากวิวัฒนาการของการซื้อขาย ที่ผ่านยุค TV Direct, โอนเงินก่อนได้ของ, ชำระเงินปลายทาง, ตัดบัตรเครดิต จนอีโวลูชั่นมาเป็น E-Commerce ที่หลายคนติดกันงอมแงม กับการจิ้มสั่งของจากสมาร์ทโฟน แล้วรอให้คนมาส่งของที่บ้าน จากลุ้นว่าจะโดนหลอกได้ของจริงหรือไม่ กลายเป็นลุ้นว่าจะมาส่งเร็วแค่ไหน ล่าสุดโลกเรากำลังเข้าสู่ Social Commerce ที่ทำให้เงินไหลจากบัญชี แปลงสภาพเป็นสิ่งของได้ง่ายยิ่งกว่าที่เคย
 
Social Commerce คือการประยุกต์ระบบหน้าร้านค้า ที่แสดงสินค้า และมีระบบแชทพูดคุยกับคนขายได้ในทันที เข้ากับระบบการชำระเงินที่รวดเร็ว โดยในบ้านเรามี Kbank ที่จับมือกับ Facebook เป็นผู้ให้บริการนำร่อง 
 
จาก Pain Point ของขาช้อปใจเร็วด่วนได้หลายคน ที่เบื่อเซ็งเวลาต้องสลับหน้าจอจาก Facebook Messager มาเป็น หน้าจอ Mobile Banking เพื่อชำระเงิน แถมบางร้านดันส่งเลขบัญชีมาเป็นรูปภาพที่ผ่านการจัดวาง Artwork อย่างสวย แต่หารู้ไม่ว่า มัน Copy Paste ไม่ได้นะคุณขา จะให้เปลือง Short Term Memory จำเลขบัญชี 10 หลัก มากรอกในแอปอีกที มันใช่เรื่องเหรอ 
 
ทำให้เกิดบริการ Pay with K PLUS ที่ช่วยให้การชำระเงินไร้รอยต่อไม่มีสะดุดตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกชมสินค้า 



...
 
ช้อปกับมาร์ก ผ่าน K Plus ได้ยังไง
 
ง่ายๆ คือถ้าใช้ Facebook Messager ให้กดดูคำสั่งซื้อและชำระเงิน เพื่อดูรายละเอียดแล้วเลือกวิธีการชำระเงินผ่าน Pay with K PLUS ซึ่งจะมีขั้นตอน ให้กดยอมรับเพื่อขออนุญาตเข้าถึง แล้วใส่รหัสยืนยันการทำรายการ ก็จะชำระเงินได้ทันที โดยแอปจะส่งหลักฐานการชำระเงินไปที่ แชทที่เราคุยกับลูกค้าทันทีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องแชร์ ไม่ต้องเซฟให้เสียเวลา
 
ตอนนี้ มีโปรแรงสำหรับผู้ช้อป ที่ชำระค่าสินค้าตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป จะได้รับเงินคืน 100 บาท เมื่อใช้แอปพลิเคชัน K PLUS ผ่านทาง Facebook Messenger ครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 กันยายน ปี 2561 โดยจะได้รับเงินคืน (Cash back) เข้าบัญชีภายใน 1 วัน หลังจากวันที่รายการชำระเงินผ่าน Pay with K PLUS ใน Facebook Payment ครั้งแรกเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจำกัดสิทธิ์ไว้เพียงสำหรับลูกค้า 90,000 รายแรกเท่านั้น
 
ร้านค้าที่เข้าร่วมบริการจะได้อะไร
 
ร้านค้าที่ผูกบัญชีธนาคารกสิกรไทยกับ Facebook เพื่อรับชำระเงินผ่าน Facebook Inbox และมียอดผู้ช้อปชำระเงินสำเร็จตามจำนวนรายการที่กำหนด (นับรวมทั้งการชำระด้วยการโอนผ่าน K PLUS บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต) ก็ได้รับโบนัสสูงสุด 5,000 บาท วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2561 โดยมีเงื่อนไขดังนี้


 
ตอนนี้เพจร้านค้าใน Facebook ที่เข้าร่วมรายการตัวอย่างเช่น
  • 425degree Cases
  • กระเป๋ากล้อง Bagscam
  • เครื่องแบบข้าราชการเมืองนนท์ byเฟมัสซ์
  • นิยมแฟชั่น by Jaoa
  • ปั๊มนมบ้านน้องแฝดThe twins kids shop
  • มุ้งกันยุง GadeauxNet
  • โมโม คิดส์ช๊อป
  • ร้านเพชรรุ่ง กระดาษสาห่อเหรียญโปรยทาน ราคาถูก
  • วาริส มุสลิม
  • เสื้อผ้าสาวอวบ สาวไซส์ใหญ่ by Adizzy Shop
  • อร่อยติดลม by aroytidlom.com
  • a little Pearl
  • Amy Yoga Clothes
  • Bag Indeed
  • Beneath Bedding
  • Bsports Fitness Thailand
  • charming.glory
  • CHERRYMU
  • Cove Luggage
  • Cozy cozy
  • CrossTwelfth
  • Decor4u : สติ๊กเกอร์แต่งผนัง Wall sticker เปลี่ยนผนังสวยง่ายๆ ไม่ทำลายผนัง
  • Dekk-Dekk เด็กเด็ก ของเล่น ของใช้แม่และเด็ก เสื้อผ้าเด็ก ผลิตภัณฑ์กันยุง
  • Fakeshu Keratin Thailand
  • Gadget by Thailand
  • Hadara Healthy Bag​
  • kallbkk อุปกรณ์ ไฮเทค แปลกใหม่ ทันสมัย
  • Kindeekids : ผลิตภัณฑ์กันยุง สเปรย์ล้างมือ สูตรธรรมชาติและออร์แกนิค
  • Kizzei
  • KK ขายส่ง ชุดนอน แฟชั่น
  • Lady and the Trim เสื้อผ้าไซส์ใหญ่ ชุดสาวอวบ สาวPlus size
  • Look eyewear
  • LUXE Brandabg
  • MARCH's Men Shirt&Slack
  • Markiร้านขายชุดเด็ก บอดี้สุท ชุดหมี
  • Mom & the Bearista
  • MTI Training
  • NPP Box : ผู้ผลิตกล่องลูกฟูก กล่องไปรษณีย์
  • Pani Closet
  • PCare Skincare
  • SHU global
  • Skinsista พี่สาวของผิวสวย
  • Small World for Kids
  • Soccer Gate Outlet Sports / รองเท้าสตั๊ด เสื้อบอล Adidas Nike
  • Speedy Tax Refund USA รับทำแท็กรีฟัน ขอคืนภาษี
  • Ted and Pup
  • The skinny shop
  • Toddlerfamily
  • Ver99
  • Waller Thailand
  • Zolbabyworld


...
 
ธนาคารกสิกรไทย จะได้อะไรจากการอัดโปรแรงแซงคู่แข่งนี้
 
นอกจากจะเป็นคนกลางจะฟรีค่าธรรมเนียม ไม่ได้ค่าต๋งสักบาทจากการโอนเงินนี้ แถมยังเปย์จ่ายเงินให้กับทั้งผู้ซื้อและร้านค้าอีก แล้ว Kbank จะได้อะไร คำตอบคือ 
 
1. ได้ Brand Awareness เพิ่มการรับรู้ของแบรนด์
Kbank เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในดิจิทัลแบงกิ้ง มายาวนาน ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่โอนเงินระหว่างบัญชีกสิกรด้วยกัน ไม่เสียธรรมเนียม ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ซื้อ / ขาย ของออนไลน์ ซึ่งหลังจากการประกาศฟรีค่าธรรมเนียมของหลายธนาคารพร้อมกัน จุดแข็งในข้อนี้จะหายไป การที่ Facebook มาจับมือกับ Kbank เป็นธนาคารแรก (ซึ่งอาจกำลังจะมีอีกหลายธนาคารตามมา) ช่วยย้ำตำแหน่งผู้นำให้แบรนด์ Kbank ในเรื่องธุรกรรมออนไลน์ ไม่แปลกที่ Kbank จะเล่นใหญ่ อัดโปรให้รับรู้เรื่องนี้กันในวงกว้าง ซึ่งงบลงทุนในฝั่งผู้ซื้ออยู่ที่ไม่เกิน 9,000,000 บาท (100 บาท จำนวน 90,000 สิทธิ์) 
 
ส่วนฝั่งร้านค้า ทาง Kbank ตั้งเป้าว่าภายใน 3 เดือนจะมีร้านค้าในระบบให้ได้ 20,000 ร้าน ซึ่งระยะแรกมีร้านในระบบที่อาจจะได้สิทธิ์ไม่ถึงจำนวนนั้น ทำให้งบอัดฉีดที่จะให้ร้านค้าสูงสุด 5,000 บาท นั้น อาจไม่มากอย่างที่คิด 
 
แคมเปญการเปย์คืนเงินของ Kbank ครั้งนี้ จึงถือว่าคุ้มค่าในแง่ Brand Awareness เพราะใช้เงินน้อยหลักสิบล้าน ซึ่งน้อยกว่าการจ้างดาราเกรด A บางคนเป็นพรีเซนเตอร์เสียอีก

 
2. รายได้ทางอ้อมจากการดันให้ตลาด Social Commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ตลาด Social Commerce ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 137,000 ล้านบาท ซึ่ง Kbank เป็นเจ้าตลาดอันดับหนึ่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 60% จากผู้ใช้งานแอป K PLUS รวมกว่า 8.4 ล้านราย และมีจำนวนร้านค้าที่ใช้แอปอีก 1.4 ล้านร้านค้า ที่มีมูลค่าธุรกรรมจากการชำระเงินผ่าน QR Code รวม 4,000 ล้านบาท 
 
ซึ่งหลังจากการฟรีค่าธรรมเนียม Kbank ได้จำนวนการทำธุรกรรมผ่านแอป K PLUS มากกว่า 88% แน่นอนว่า ตัวเลขนี้มีโอกาสเพิ่มอีกหลายเท่าตัวหลังจากจับมือกับ Facebook ที่เป็นโซเชียลอันดับหนึ่งในใจคนไทยที่มีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 52 ล้านราย โดย Kbank ตั้งเป้ามีธุรกรรมผ่านบริการ Pay with K PLUS นี้ ให้ได้ 30,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี
 
การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ Kbank จะได้รายได้ทางอ้อมคือ การปล่อยสินเชื่อให้ร้านค้า ผู้ประกอบการ ที่ใช้ Data Analytic เทคโนโลยีวิเคราะห์สินเชื่อ (Data Analytic Lending) โดยผู้ขอสินเชื่อแทบไม่ต้องยื่นหลักฐาน เพราะ Kbank จะประมวลผลจากยอดเงินหมุนเวียนในบัญชี ซึ่งทาง Kbank ตั้งเป้าว่าในปีนี้จะอนุมัติสินเชื่อใหม่ได้กว่า 22,000 ล้านบาท 
 
ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อให้กับร้านค้าที่กำลังขยายกิจการนี่แหละ คือสิ่งที่ Kbank เล็งจะได้จากการดันให้ตลาด Social Commerce เติบโตแบบก้าวกระโดด


 
3. การคิดแบบ Startup แบบบริษัทขนาดใหญ่
ใครว่าบริษัทที่ก่อตั้งมานาน มีขนาดองค์กรที่ใหญ่โตจะใช้วิธีคิดแบบ Startup ไม่ได้ ที่ผ่านมา Kbank เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น การเปิดให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นรายแรกๆ การให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น K PLUS การให้บริการผ่าน QR Code และโมเดลธุรกิจแบบ Startup ที่ใช้เทคโนโลยีให้มากที่สุด หลังการจับมือกับ Facebook ในการให้บริการ Pay with K PLUS แม้จะมีจำนวนธุรกรรมที่เพื่มขึ้นอีกจำนวนมาก และมีเงินหมุนเวียนมูลค่ามหาศาล แต่กลับมีค่าใช้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นที่น้อยมาก เพราะทุกอย่างทำผ่านระบบอัตโนมัติที่เป็นคอมพิวเตอร์ ต่างจากอดีตที่ต้องไปโอนเงินที่ธนาคารสาขา หรือตู้เอทีเอ็ม (ซึ่งมีค่าบำรุงรักษาที่สูง) รวมไปถึงค่าใช้จ่ายแฝงอย่างเช่น สลิปต่างๆ 
 
การลงทุนเติบโตแบบ Startup ของ Kbank นี้นอกจากจะได้รักษาตำแหน่งเจ้าตลาดแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าเก่าที่ยังไม่เคยใช้บริการแอป K PLUS ตัดสินใจมาใช้บริการผ่านระบบมากขึ้น ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จำนวนมาก 
 
ที่สำคัญจากสถิติผู้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารใดๆ ก็ตาม จะมีเปอร์เซ็นต์ที่จะเปลี่ยนมาใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารอื่นได้ยาก หากแอปที่ใช้อยู่ไม่มีปัญหา การจับกลุ่มผู้ใช้งานครั้งแรก ด้วยการให้โปรแรงคืนเงิน ครั้งนี้ จึงมีส่วนทำให้ฐานลูกค้าของ K PLUS เพิ่มจำนวนได้อีกมาก
 
...

ง่ายกว่าแล้วปลอดภัยกว่า?
 
คำถามคือ หลังจาก Kbank จับมือกับ Facebook ให้บริการ Pay with K PLUS เป็นรายแรกแล้ว รายต่อมาจะเป็นใคร แล้วมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะจับมือร่วมกับโซเชียลรายอื่นๆ อย่าง Instragram และ Line ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนมีหน้าร้านอยู่ 
 
รวมไปถึงมาตรการด้านความปลอดภัยหลังจากทุกคนพากันมาทำธุรกรรมออนไลน์ อย่าง Social Commerce ที่พยายามทำให้การชำระง่ายยิ่งกว่า ด้วยการใช้ฟังก์ชั่น Quick Pay ที่ไม่ต้องใส่ PIN ให้เสียเวลา ซึ่งผู้ใช้งานมีความสะดวกจากขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ในทางตรงกันข้าม มิจฉาชีพก็เช่นเดียวกัน หรืออาจจะง่ายยิ่งกว่า ด้วยการหลอกล่อจาก User Error
 
แต่ทั้งนี้ การก้าวของ Kbank ครั้งนี้ ถึงเป็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงของวงการเงิน ที่กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครี่งหนึ่ง 
 
ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
 
.....