Woman We Love ของเราสัปดาห์นี้ ไปพบกับ อรรฆพร สร้อยสุข หรือ แอนนี่ Sweat16!  เจ้าหญิงแห่งเมมเมอร์ที่เป็นน้องนุชคนสุดท้องของ Sweat16! ที่สุดแสนจะมีนิสัยร่าเริง และเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใจ นอกจากความสามารถในด้านการเต้นและร้องแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเธอมีความชื่นชอบ เรียกว่าใจรักเลยก็ว่าได้ ในกีฬาบาสเกตบอล 
 
สาวน้อยพลังบวกคนนี้ เดินเข้ามาในสตูดิโอของเราพร้อมกับรอยยิ้ม และชุดเดรสสีพาสเทลของเธอ เมื่อถูกถามว่าชอบแต่งตัวโทนสีแบบนี้เหรอ คำตอบที่ผมได้กลับมาก็คือ 
 
“เอาจริงๆ เป็นคนที่ชอบแต่งตัวแบบเท่ๆ แมนๆ”
 
การที่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งต้องเข้ามาเป็นไอดอล เธอต้องเสียสละชีวิตในวัยรุ่นหลายอย่างทิ้งไป ท่ามกลางความกดดันเหล่านี้แอนนี่ ก็ยังรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เธอเป็นในปัจจุบัน “ความสุขของหนูก็คือ Sweat16! ค่ะตอนนี้ มันก็เลยทำให้หนูไม่กลัวค่ะ”
 
จะเห็นได้ว่าสาวคนนี้ตอบคำถามเชิงบวกตลอดเวลา และสิ่งที่ผมสัมผัสได้คือ ความเท่ ที่ซ่อนอยู่ข้างไหนของเธอ แฟน ๆ คนไหนที่โอชิ สาวคนนี้บอกเลยว่าคุณจะได้รู้จักเธอมากขึ้นกับบทสัมภาษณ์นี้
 
GM Live : จุดเริ่มต้นที่ทำให้มาอยู่ Sweat16! 
แอนนี่ : ออดิชั่นมาจากโครงการ เอเชียสตาร์ออดิชั่นค่ะ แต่ถ้าถามว่ามาออดิชั่นได้ไง คือตอนแรกไม่คิดว่าจะมาออเลยค่ะ เพราะเหมือนแบบไม่ได้มาในทางนี้ตั้งแต่แรก แต่ว่าแม่รู้จักกับคน เหมือนแบบแม่เห็นมา ก็มาชวน ตอนแรกก็เหมือนจะไม่ไป เพราะว่ามันไม่ใช่ทางอ่าค่ะ หนูไม่ใช่สายไอดอลญี่ปุ่นด้วยอ่าค่ะ ก็เลยบอกแม่ว่าจะไม่ไป แต่แม่บอกว่าลองดูเถอะมันก็แปลกใหม่ดี แล้วความที่หนูชอบท้าทายตัวเองอ่ะ
 
ก็เลยแบบ เออ..ไปก็ได้ไปเอาประสบการณ์ สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะไป พอไปออดิชั่นเสร็จแล้ว วันที่ออดิชั่นอ่ะ ก็เกือบจะไม่ได้ไปออดิชั่นอีกเพราะว่าติดธุระต้องไปต่างประเทศอะไรอย่างนี้ก็เลยแบบกะว่าจะไม่ไป แต่สุดท้ายแม่ก็ยอม ยังไม่ไปดีกว่า เหมือนมันมีอะไรสักอย่างที่ทำให้เรามาออดิชั่นอย่างนี้จริงๆ อะไรอย่างนี้ แล้วพอออดิชั่นเสร็จแล้วก็ได้ค่ะ ได้แล้วเป็นคนที่ถูกประกาศเป็นคนสุดท้ายด้วย ดีใจมาก วันออดิชั่นไปกับพี่สาวค่ะ หลังจากนั้นก็เลยเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ 
 
 
GM Live : ตอนนั้นมีคาดหวังไหม
แอนนี่ : ตอนที่ประกาศ ลุ้นค่ะ ลุ้นมากเพราะเป็นคนที่ออดิชั่นมาเยอะมาก ชอบได้เกือบสุดท้าย รอบสุดท้ายแล้วก็ตกรอบไป แต่ว่าอันนั้นเราได้เข้ามาจริงๆแล้วแถมตอนที่นั่งอยู่อ่ะ เอาจริงๆไม่คิดว่าจะได้นะคะ คือรู้สึกว่าตัวเองทำดีสุดแล้วแต่มันไม่ใช่สไตล์ของเราอ่ะ อะไรอย่างนี้ เลยไม่คิดว่าจะได้ แล้วเขาประกาศเลขเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะ ภาษาญี่ปุ่นก่อนแล้วค่อยภาษาไทย ตอนนั้นพอเขาประกาศเลขเราอ่ะ เราก็ไม่รู้คนอื่นก็หันมามอง หนูก็งงว่ามองทำไม แล้วพอเขาประกาศเลขไทยก็ดีใจมากค่ะ คือถึงแม้จะไม่ใช่ทางที่เราเลือกแต่เหมือน เราสำเร็จในสิ่งที่เราทำมันออกได้ดีที่สุดแล้ว ก็เลยดีใจ
 
GM Live : ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้ เป็นคนที่ชอบอะไรเท่ ๆ แมน ๆ
แอนนี่ : เอาจริงๆเป็นคนที่เต้นสไตล์สตรีทแดนซ์ แบบเท่ๆแมนๆแบบฮิปฮอปมากกว่า สไตล์เพลงที่ร้องจะเป็นสไตล์เพลงที่ค่อนข้างร็อคค่ะ ไม่ใช่สไตล์เพลงแบบน่ารักอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็เลยผิดกับเรา จริงๆตอนแรก หนูอยากเป็นฟิลแบบใส่ชุดแบบเท่ๆ เป็นฟิลนักร้องเท่ๆ เต้นเท่ๆมากกว่า 
 
GM Live : แสดงว่าของเพลง Hip hop, R&B, Rap อะไรพวกนี้
แอนนี่ : ใช่ชอบแรพมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มาเป็นตรงนี้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนน่ารักเลยแต่ว่าแฟนคลับก็จะ เออน่ารักอะไรอย่างนี้   
 
GM Live : ชอบมานานหรือยัง
แอนนี่ : ชอบมานานแล้วนะคะคือตอนแรกเริ่ม จากเพลงไทยก่อน ฟิลไม่ได้แบบร๊อคมาก ฟีลแบ คือไม่ได้ฟิลแรพอ่าค่ะ เป็นฟีลแบบร็อคๆมากกว่า หลังจากนั้นพอได้มารู้จักเพลงสากล ก็เริ่มฟังแบบแรพ เพลงแรกที่ฟังมันเป็นเพลงแรพของหนังเรื่องนึง แต่หนู จำชื่อเพลงไม่ได้ เป็นแรพของหนังเรื่องนึง หลังจากนั้น ก็ฟังมาตลอดเลย
 
 
GM Live : แสดงว่าต้องปรับตัวเยอะ
แอนนี่ :  เอาจริงๆปรับตัวเยอะมากเพราะว่า เพราะว่าปกติหนูเป็นเด็กธรรมดา ซนๆ แบบอยากทำอะไรก็ทำอ่ะค่ะ ตอนนี้ทุกครั้งที่จะทำอะไรเราก็ต้องคิดก่อนว่า สิ่งนี้มันจะเกิดผลยังไง มันจะดีต่ออนาคตไหมอะไรอย่างนี้ค่ะ พอเข้ามาก็ต้องเริ่มคิดมากขึ้น เริ่มแบบ ต้องคิดก่อนทำตลอดอ่ะค่ะ ก็เลยต้องปรับตัวในทางนี้ 
 
GM Live : ตอนมาออดิชั่นเรารู้ธรรมเนียมวัฒนธรรมของการมาเป็นไอดอลอะไรแบบนี้ไหม 
แอนนี่ : ไม่รู้เลยค่ะโดยเฉพาะไอดอลญี่ปุ่นไม่เคยรู้เลย ว่ามันจะต้องมีไฮทัช หรือว่ามันจะต้องมีจับมือ มันจะต้องห้ามโดนตัวห้ามเซลฟี่ ไม่เคยรู้เลยค่ะ จนกระทั่งเข้ามา จริงๆเหมือนตอนที่เข้ามาวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เรารู้อยู่แล้วก็คือรู้ว่าเขามีระเบียบวินัยมาก ตรงต่อเวลาแต่ว่ามันก็ค่อนข้างขัดแย้งกับหนูนะคะเพราะว่า หนูเป็นคนที่อย่างที่บอกอ่าค่ะ อยากทำอะไรก็ทำ อาจจะเป็นฟิลที่ว่ายังเด็กอยู่ด้วย เห็นอะไรก็แบบ อันนี้น่าสนุกอ่ะก็จะทำเลย ก็จะเลยทำให้แบบเราต้องมีระเบียบวินัยมากขึ้นในตัวเอง ก็จะเป็นการตรงต่อเวลา การพูดการจาอะไรอย่างนี้ด้วยค่ะ   
 
GM Live : วินาทีแรกที่ได้เห็นกฎเกณฑ์ ห้ามมีแฟนห้ามนู่นนี่อะไรอย่างนี้ รู้สึกยังไง 
แอนนี่ : จริงๆตอนแรกที่เห็นก็คิดนะคะว่า โห... เยอะจังอะไรอย่างนี้เพราะว่า หนูไม่ใช่คนที่อยู่ในกฎเกณฑ์อ่ะค่ะ คือเราเคารพนะคะแต่ว่า เราก็พยายามทำในสิ่งที่แบบมันดีอ่ะ คือถ้ามันไม่ดีเราก็ไม่ทำหรอก พอเห็นอย่างนี้ กฎตอนแรกหนูก็ไม่เข้าใจนะคะ อ้าวทำไมต้องห้ามโดนตัวด้วยอะไรอย่างนี้ ทำไมต้องห้ามเซลฟี่ ทำไมต้องทำอย่างนี้ แต่ที่นี้หนูเข้าใจแล้วค่ะคือว่าแบบ แฟนคลับจะมีกิจกรรมที่ให้เซลฟี่โดยเฉพาะ มีการไฮทัชจับมือโดยเฉพาะ ถ้าเราไปทำกับคนอื่นที่ไม่ได้มาทำกิจกรรมนี้ ก็ถือว่าคนที่มาจ่ายเงินแล้วทำกิจกรรมกับเราอ่ะ มันก็จะไม่เป็นผลดีต่อเขา มันจะไม่ยุติธรรม ตอนนี้เราก็เลยเข้าใจค่ะมันก็ เป็นธุรกิจอย่างหนึ่งอะไรอย่างนี้ค่ะ ประมาณนั้น 
 
GM Live : แล้วพอเข้ามารู้สึกกดดันไหม 
แอนนี่ : กดดันหรอคะจริงๆ หนูไม่รู้สึกว่ากดดันนะคะ เพราะว่าเหมือนหนูเป็นคนที่คิดในแง่ดีอ่ะค่ะ อะไรที่มันทำให้เราเริ่มกดดันหนูก็จะปล่อยไป ไม่คิดเรื่องนั้นพยายามคิดเรื่องอื่นแล้วก็แก้ไขมันให้เร็วที่สุด ก็เลยไม่กดดัน มีแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจเราตลอด แบบมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหนูก็ไม่รู้ว่าจะกดดันไปทำไมอะไรอย่างนี้  
 
 
GM Live : พูดถึงการที่เราเข้ามาเป็นไอดอล มันต้องมี เสียสละเรื่องส่วนตัวค่อนข้างเยอะ เราคิดว่าอะไรคือจุดสำคัญ ที่ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เสียสละไป เราได้อะไรกลับมาแทน 
แอนนี่ : เอาจริงๆหนูเป็นคนที่ชอบเที่ยวมากค่ะ เมื่อก่อน ก่อนที่จะเข้ามาที่นี่ ทุกวันที่หนูว่างหนูจะเที่ยวเที่ยวกับเพื่อน เที่ยวกับครอบครัว เที่ยวกับทุกคน แต่ว่าเหมือนพอเข้ามาตรงนี้ ก็จะมีเวลาว่างที่น้อยขึ้น มันก็จะมีเวลาเที่ยวที่น้อยลงมาก  นี่เป็นจุดที่หนูต้องยอมเสียมันไปค่ะ แต่หนูว่ามันเป็นสิ่งที่ดีค่ะที่หนูเสียมันไปแล้วได้กลับมามากกว่าค่ะ หนูได้มีคนที่รักขอให้กำลังใจ มากขึ้นทุกครั้งที่หนูท้อ หนูได้รับกำลังใจมากขึ้น ทำให้เรายืนอยู่ตรงนี้ โดยที่มีความสุข เราไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวหรือว่าไปหาเพื่อนเพิ่มมากๆขึ้นอะไรอย่างนี้ เพราะว่าการที่มาอยู่ตรงนี้เราได้ประสบการณ์มาก จนแบบลืมไปเลยว่าท่องเที่ยวให้เราโลกอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ เราก็ลืมตรงจุดนั้นไปเลยค่ะเพราะว่าเรามีแฟนคลับ มีพี่ๆ Sweat16! มีพี่ทีมงาน เราก็มีบริษัทที่คอยดูแลเราอยู่ตลอดเวลา 
 
GM Live : ที่บ้านเข้าใจวัฒนธรรมนี้ไหม ยากไหม ที่แบบเพื่อนๆอย่างนี้ก็ได้ ที่เราเที่ยวบ่อยแล้วก็มีเพื่อนเยอะ เพื่อนรู้สึกยังไงที่เรามาเป็นไอดอลแล้วห้ามเซลฟี่ ห้ามนู่นนี่ 
แอนนี่ : จริงๆถ้าถามว่าเข้าใจไหม เอาเป็นครอบครัวก่อนดีกว่าค่ะ คือครอบครัวหนูเป็นครอบครัวที่แบบเปิดรับทุกอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอะไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องแปลกใหม่หรือว่าจะเป็นอะไรที่แบบ ยังไม่ค่อยเข้าใจแต่เขาก็จะเปิดรับ เหมือนเขาจะฟังว่าอ๋อมันเป็นเพราะอย่างนี้นะ เพราะมันมีกลุ่มหนึ่งที่มาทำแบบนี้กับเราโดยที่ ต้องเสียอะไรสักอย่างอย่างนี้อ่ะค่ะ เขาก็เลยเข้าใจ แต่ถ้าในส่วนของเพื่อนอย่างนี้เขาก็อาจจะยังไม่เข้าใจแน่ชัดอ่ะค่ะ แต่เขาก็เปิดรับและทำตามในสิ่งที่ห้าม เช่นแบบห้ามเซลฟี่อย่างนี้ เขาก็อาจจะงงว่าทำไมใช่ไหมคะ แต่ว่าเขาก็ยังยอมรับ ยังไม่ทำอะค่ะ เหมือนเข้าใจกันอะไรอย่างนี้มากกว่า
 
GM Live :  ก่อนที่จะเข้ามาเป็นไอดอลเรามีความกลัวอะไรที่สุด
แอนนี่ : อ๋อ...แอนว่าแอนกลัวที่จะเสียการเรียนค่ะ คือกลัวมากที่จะเสียการเรียน กลัวว่าถ้าเข้ามาแล้วเราจะอยู่ไม่รอด   
 
GM Live : อยู่ไม่รอดในที่นี้หมายถึงการเรียนใช่ไหม 
แอนนี่ : ไม่ใช่ คือเราอาจทำตรงนี้ได้ไม่ดี อาจจะทำให้เกิดสิ่งที่แบบเราไม่มีความสุขมากๆ อันนี้กลัวมากค่ะ เพราะเป็นคนกลัวตัวเองไม่มีความสุขามากๆ เวลาทำอะไรที่ไม่มีความสุขเราจะหยุดทำ หนูกลัวตัวเองถึงวันที่ไม่มีความสุขแล้วหยุดทำนั่นคือสิ่งที่กลัว  
 
GM Live : แล้วความสุขของเราคืออะไร
แอนนี่ : ความสุขของหนูก็คือ Sweat16! ค่ะตอนนี้ มันก็เลยทำให้หนูไม่กลัวค่ะ
 
GM Live : แบ่งเวลายังไงแบ่งเวลาเรียน
แอนนี่ : แบ่งเวลายังไง...เอาจริงๆการแบ่งเวลานี้ยังเป็นสิ่งที่ยากนะคะ แปลว่าหนูพยายามคิดว่าอะไรสำคัญ จะเรียงลำดับความสำคัญว่า ถ้าสมมุติว่าถ้าวันนี้มีสอบกับมีงาน หนูก็จะต้องเลือกสอบก่อนค่ะเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่แบบสำคัญนะตอนนี้หนูเป็นนักเรียนก็ต้องสอบ แต่ถ้าสมมุติว่าวันนี้มีงานโรงเรียนกับมีงานหนูก็จะเลือกงาน หรือว่าถ้าวันนี้มีงานโรงเรียนกับมีซ้อม หนูก็จะต้องเลือกซ้อมอยู่ดีค่ะเพราะ ว่าถ้าคนไม่ซ้อมไปโชว์อย่างนี้ มันจะออกมาไม่ดี แต่สำหรับงานโรงเรียนอย่างนี้ มันไม่ได้มี มันมีหลายๆครั้งอ่ะค่ะ ก็รูปงานโรงเรียนในวันที่เราว่างอยู่ตลอดอยู่แล้ว แล้วหนูก็ทำกิจกรรมให้กับโรงเรียนอยู่ตลอด เป็นนักกีฬาให้กับโรงเรียน หนูก็เลยต้องเลือกค่ะว่าอะไรสำคัญกว่า
 
GM Live : เห็นว่าชอบเล่นบาสใช่ไหม
แอนนี่ : ชอบเล่นบาส เริ่มเล่นบาสได้ยังไงเริ่มจากแม่ค่ะ แม่หนูเป็นนักกีฬาบาสมาก่อน พอพี่สาวหนูเข้าโรงเรียนนี้ ครูบาสก็เลยมาชวนพี่สาวก็เลยเล่น พอพี่สาวเล่นเราเห็นพี่สาวเล่น เราก็เลยอยากเล่นค่ะ ส่วนตัวเป็นคนชอบกีฬาบาสอยู่แล้ว เพราะว่าแบบการที่เราได้เล่นเป็นทีมอ่ะค่ะ แล้วเหมือนแต่ละการแข่งขันมันจะมีทั้งหมด 4 ควอเตอร์ใช่ไหมคะแล้วแต่ละควอเตอร์มันก็จะมีความยาก เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ 
 
GM Live : ในฐานะเราเป็นคนรุ่นใหม่ตอนนี้สภาพสังคมเรา เมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงเยอะอะไรอย่างนี้ เราอยากเห็นอะไรที่มันเปลี่ยนแปลง 
แอนนี่ : อยากให้เปลี่ยนแปลงเรื่องสุขภาพค่ะจริงๆหนูเป็นคนที่ไม่ชอบควันมากๆ ควันรถควันบุหรี่อย่างนี้ค่ะ อยากให้เปลี่ยนแปลงแบบ คือหนูเข้าใจว่าการติดอะไรสักอย่างมันเลิกยากใช่ไหมคะ แต่ว่าอยากให้ทุกคนพยายามเลิกหรือมีกฎข้อบังคับที่แบบทำให้คน เหล่านี้เข้าใจว่าแบบ มันแย่จริงๆนะหรือว่าแบบ กำหนดบริเวณเฉพาะค่ะ หรืออะไรอย่างนี้ เหมือนกับต่างประเทศที่เขาจะมีมุมเฉพาะอะไรพวกนี้ สนับสนุนในเรื่องที่แบบ คือตอนนี้มันจะมีการรณรงค์อยู่แล้วใช่ไหมคะ อยากให้เพิ่มในตรงนั้นให้มากขึ้นค่ะ
 
 
GM Live : มีแบบที่เราคิดการณ์ไกลไว้ไหมว่า เราอยากเรียนเราอยากทำอะไร นอกจากการเป็นไอดอลแล้ว
แอนนี่ : ก็มีนะคะแต่คือมันก็หลายด้านอ่าค่ะ จริงๆหนูอยากเป็นแอร์โฮสเตสด้วย อยากเปิดร้านอาหารด้วย เราก็อยากเป็นครูอยู่นิดนึงนะคะ เหมือนหนูชอบให้คนทุกคนพัฒนา มันชอบแผนการพัฒนาของคนอื่นอย่างนี้ ก็เลยอยากทำแต่ที่ หลักๆเลยคืออยากเป็นแอร์ค่ะ เพราะว่าเป็นคนชอบเที่ยวก็เลยอยากไปเที่ยวในแต่ละที่ อยากเที่ยวรอบโลกค่ะ 
 
GM Live : ชอบการศึกษาไทยไหมถ้าอยากเป็นครูสอน 
แอนนี่ : เอาจริงๆการศึกษาไทยหนูว่า ถ้าเกิดเทียบแล้วก็เหมาะกับประเทศไทย ณ ตอนนี้นะคะ ถ้าถามว่า หนูชอบไหมเอาจริงๆหนูก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ค่ะ เพราะเหมือนกับว่าเราเรียนในหนังสือมากเกินไปค่ะ เรายังใช้ชีวิตน้อยไป เพราะหลังจากที่หนูเข้ามาที่นี่ หนูได้เริ่มทำงาน ความคิดหนูก็เปลี่ยนไปในหลายๆอย่างค่ะ
 
เมื่อก่อนตอนเด็กๆ หนูนะว่า เออ...หนูอยากทำงาน อยากเรียนให้จบไวๆอยากทำงาน แต่พอหนูได้มาทำงานตรงนี้จริงๆ หนูก็คิดเลยค่ะว่า เออ...หนูยังเรียนอยู่ดีกว่า เพราะว่าเราต้องเจออะไรหลายๆอย่างมากในโลกของความจริงอะไรอย่างนี้ เหมือนตอนเรียนอยู่อย่างนี้เราไม่ได้รับรู้ว่าคนในการทํางานจะเจอปัญหามากน้อยแค่ไหน มันจะมีปัญหาอะไรบ้างอย่างนี้ค่ะ ก็เลยอยากให้การศึกษาไทยได้ใช้ชีวิตได้ทำงาน ได้ลองทำในสิ่งที่เราศึกษาจริงๆ จะได้รู้ว่ามันมีปัญหาตรงไหนบ้างแล้วควรแก้มันยังไง 
 
GM Live : แล้วถ้าเป็นครู อยากสอนวิชาอะไร
แอนนี่ : ถ้าเป็นครูสอนได้หรอคะอยากจะเป็น (หัวเราะ) ยากแล้ว คือเอาจริงๆอยากจะสอนหลายวิชานะคะ แต่ถ้าเอาเป็นวิชาที่ตัวเองถนัดแล้วกัน อยากสอน...ยากอ่ะ พละแล้วกันค่ะ ถ้าสอนพละได้ก็จะลองให้นักเรียนไปแข่งจริงๆดูอะไรอย่างนี้อ่าค่ะ คือทุกๆคนเลยนะคะไม่ว่าจะแบบเขาจะชอบในด้านนี้หรือไม่ชอบ ถ้าเขาได้ลองเขาอาจจะสนุกกับสิ่งที่เขาทำก็ได้    
 
GM Live : ชอบทานอะไรครับแฟนๆ น่าจะอยากรู้  
แอนนี่ : ชอบทานอะไรหรอคะ เอาจริงๆเป็นคนที่ทานได้ทุกอย่างเลยค่ะ แต่ถ้าลักหลักๆเลยคือชอบกินเนื้อย่าง ชอบกินเนื้อเป็นคนชอบกินเนื้อมากๆ ชอบกินหมูด้วย แต่ชอบกินเนื้อมากกว่า ชอบกินปิ้งย่าง จริงๆชาบูก็ชอบค่ะประเด็นหลักเลยคือชอบกินเนื้อค่ะ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่หมดเลย      
 
GM Live : รู้สึกเปลี่ยนเยอะขนาดไหนตั้งแต่ก่อนหน้านี้เลย ถึงทุกวันนี้ 
แอนนี่ : โหย เปลี่ยนเยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรายสไตล์หรือว่าความสามารถหรือว่า คือเปลี่ยนในทุกๆด้านเลย คือเมื่อก่อนหนูจะเป็นคนที่เท่มากค่ะ ตอนนี้ก็จะมีเพื่อนก็จะเริ่มทักแล้ว เฮ้ย น่ารักขึ้นเยอะนะ เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่ชอบสีดำขาวค่ะ ตอนนี้หนูชอบสีชมพูพาสเทลค่ะ โห! พลิกเลยอ่ะพี่ มันเปลี่ยนเยอะมาก ใช่แต่เรื่องการร้องการเต้น ก็เปลี่ยนค่ะ 
 
GM Live : อยากให้ฝากผลงานหน่อย ฝากถึงแฟนๆที่ติดตามเราส่วนตัว แล้วก็ของ Sweat16! ด้วยครับ 
แอนนี่ : ถ้าฝากผลงาน เรามีซิงเกิล 2 ซิงเกิลแล้วค่ะ คือซิงเกิล ‘วิ่ง’ เป็นซิงเกิลแรกแล้วก็ซิงเกิล ‘มุ้งมิ้ง’ เป็นซิงเกิลที่ 2 เรากำลังจะมีซิงเกิลพิเศษและซิงเกิลที่ 3 ยังไงก็ต้องขอให้ทุกคนติดตามด้วยนะคะ แล้วก็รายละเอียดอยู่ในเพจ sweat16 หมดเลยค่ะ พิมพ์ไปเลยทุกช่องทาง s w e a t ตามด้วยเลข 16 ค่ะ ส่วนผลงานของตัวหนู อันนี้ก็ต้องรอติดตามเหมือนกันค่ะ ก็จะมีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน สามารถติดตามได้ในเพจ Anny Sweat16! เลยค่ะ