ทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เซบีญา ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง และนี่คือ 5 สิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องมี ถ้าหวังประสบความสำเร็จและผ่าน  เซบีญา ไปให้ได้ในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก 
 
1. ยูไนเต็ดจำเป็นต้องมี ‘คู่หู’
อลัน เชียเรอร์ กับคริส ซัตตัน เคยพิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่าการมีคู่หู มันช่วยยกระดับทีมได้จริง ๆ เมื่อพูดถึงคำว่าคู่หูแฟนบอลยูไนเต็ด อาจจะนึกถึงอดีตนักเตะของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น แอนดี้ โคล ที่จับคู่กับ ดไวท์ ยอร์ค หรือคู่ เวย์น รูนีย์ กับ คาร์ลอส เตเบซ ซึ่งถ้านับตั้งแต่ยุคนั้นเป็นต้นมา ยูไนเต็ดแทบไม่มีคู่หูที่เข้าขากันและเป็นสายถล่มประตูอีกเลย ในปีหลัง ๆ มานี้ทีมมักจะพึ่งพาจากกองหน้าตัวเป้ามากเกินไป อาจเป็นเพราะรูปแบบแผนการเล่นที่เปลี่ยนมาใช้หน้าเป้าเป็นหลัก ซึ่งนี่คือปัญหาเรื้อรังของทีมมาอย่างยาวนาน
 
 
แต่การย้ายมาร่วมทีมของอเล็กซิส ซานเชซ อาจเป็นตัวจุดความหวัง ดังกล่าวให้กับแฟนบอลอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะทำได้เพียง 1 ประตูตั้งแต่ย้ายมาจากอาร์เซน่อล แต่หลาย ๆ เกมส์เขาก็ได้รับคำชื่นชม ว่ามีประโยชน์กับทีมมาก ซึ่งถ้าเขากับโรเมลู ลูกากู สามารถมีส่วนร่วมกับเกมส์และเข้าขากันมากกว่านี้ เชื่อได้ว่ายูไนเต็ดจะมีเกมส์บุกที่น่าสนใจทีเดียว
 
(Photo by Steve Bardens/Getty Images)
 
2. ยูไนเต็ดจำเป็นต้องมี ‘ฮีโร่’
แมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่เคยมีเอกลักษณ์ ด้านการพัฒนานักเตะเยาวชน ที่ขึ้นมาสู่ทีมสุดใหญ่แล้วประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นยอดนักเตะหรือฮีโร่ ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือเหล่า The Class Of 92 ที่นำโดยเดวิด เบ็คแฮม หรือ ไรอัน กิ๊กส์ แต่เอกลักษณ์เหล่านั้นหายไปตามยอดกุนซืออย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่รีไทร์จากวงการไป
 
 
ยูไนเต็ด หันหน้ามาใช้เงินเพื่อซื้อนักเตะมูลค่ามหาศาลมากขึ้น ความขลังของยูไนเต็ดจึงหายตามไปด้วย แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมายูไนเต็ดมีนักเตะคุณภาพที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น เจสซี ลินการ์ด, สก็อต แมคโทมิเนย์ หรือว่า ‘ฮีโร่’ จากเกมส์ล่าสุดอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด 
 
ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 20 ถือเป็นลูกหม้อของสโมสรที่แจ้งเกิดสมัยยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนก่อน เขาคือฮีโร่จากเกมส์ แดงเดือดที่ผ่านมาหลังเหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยทำให้ทีมชนะลิเวอร์พูฃคู่ปรับตลอดกาลได้ 
 
 
“มาร์คัส พึ่งมีอายุแค่ 20 ผมรู้สึกดีใจที่มีเขาอยู่กับเรา แต่ถ้าถามว่าเขาสามารถเล่นทุกเกมส์ได้หรือไม่ คำตอบคือไม่แน่นอน มันเป็นเรื่องของการพัฒนา เขาคือนักเตะที่เราไว้ใจก็จริง นี่คือทางออกดีที่สุดสำหรับเขาและสำหรับทีม”
 
3. ยูไนเต็ดจำเป็นต้องมี ‘ยอดกองหน้า’
สิ่งที่ยูไนเต็ดจำเป็นต้องมีอย่างมากก็คือ ยอดกองหน้าตัวเป้า แม้ฤดูกาลนี้พวกเขาจะมีโรเมลู ลูกากู เป็นกองหน้าตัวเป้า แต่เมื่อเทียบกับกองหน้าคนอื่นในลีก อย่างเซร์คิโอ กุน อเกวโร แฮร์รี เคน หรือโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดูเหมือนลูกากู จะยังไม่สามารถช่วยทีมยกระดับได้เหมือนกับเหล่านักเตะพวกนี้
 
ในอดีตยูไนเต็ดเคยมียอดตัวรุกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด หรือ รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่เป็นกองหน้าชนิดคมกริบใช้โอกาสไม่เปลือง สังเกตได้จากหลาย ๆ เกมส์ที่พวกเขาพลาดทำแต้มหล่น ในฤดูกาลนี้ แต่ละเกมส์พวกเขามีโอกาสยิ่งเยอะมาก แต่ทำประตูไม่ได้เลยสักครั้ง
 
 
การขาดหายไปของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ส่งผลกระทบกับทีมมาก ถ้าใครจำได้ฤดูกาลที่แล้วยอดกองหน้าชาวสวีดิช ผู้นี้คือหัวใจสำคัญของทีมในแนวรุกหลังทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ จะลูกโหม่งจากการครอสเข้ามา จะจังหวะซัดตู้มเดียวจบ หรือจะเป็นการยิงจังหวะแปลกๆ เขาก็ทำมาหมดแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้คือสัญลักษณ์ของยอดกองหน้าที่ทีมปีศาจแดงต้องการ และเป็นสิ่งที่โรเมลู ลูกากู ต้องยกระดับขึ้นมาให้ได้ถ้าหวังจะเป็น ยอดกองหน้า ของโลก
 
4. ยูไนเต็ดจำเป็นต้องมี ‘ตัวทำเกมส์’
ทีมปีศาจแดงยอมทุ่มเงินกว่า 89 ล้านยูโรเพื่อดึงตัว ปอล ป็อกบา อดีตนักเตะของพวกเขากลับมาสู่ทีม เพื่อหวังให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสผู้มีนำสมดุลในแดนกลางมาสู่ทีม แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวทำนองว่าโชเซ่ มูรินโญ่ กับป็อกบา ทะเลาะกันอย่างหนัก และยิ่งดาวเตะคนสำคัญคนนี้พลาดการลงสนามในเกมส์แดงเดือด ก็ยิ่งเป็นการโหมให้ข่าวนี้ดูมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 
 
 
แม้หลังเกมส์ดังกล่าว จะมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ ป็อกบา เดินเข้าไปแสดงความยินดีกับมูรินโญ่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่หลายคนเชื่อว่ามูรินโญ่ต้องการดร็อปป็อกบา เพื่อหวังให้เขากลับมามีฟอร์มที่ดีที่สุด เพราะจุดเด่นของกองกลางเลือดน้ำหอมคนนี้ก็คือ การทำเกมส์รุกอย่างมีอิสระ
 
ภาพเก่า ๆ อย่างการแทงบอลทะลุช่องสวย ๆ การทำประตูจากแถวสองคม ๆ เหมือนในสมัยที่เขาแจ้งเกิดกับยูเวนตุส นั่นเอง ซึ่งถ้าหากป็อกบา สามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ บวกกับโชเซ่ มูรินโญ่หาตำแหน่งที่ใช้กับป็อกบาได้ ยูไนเต็ดจะเป็นทีมที่น่ากลัวอย่างมาก ในด้านการสร้างสรรค์เกมส์รุก
 
5. ยูไนเต็ดจำเป็นต้องมี ‘แบ็คธรรมชาติ’
แม้แอชลีย์ ยัง กับอันโตนิโอ วาเลนเซีย จะทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็คซ้ายขวาได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้คือ ตำแหน่งธรรมชาติของพวกเขาก็คือ ‘ปีก’  มูรินโญ่มีตัวเลือกในตำแหน่งแบ็ค ให้เขาได้เลือกเยอะอย่างมาก นอกจากทั้งสองคนแล้ว ยังมี ลุค ชอว์, มัตเตโอ ดาเมียน หรือ เดลีย์ บลินด์ คอยสอดแทรกอยู่
 
(Photo by Clive Brunskill/Getty Images)
 
ปัญหาของยูไนเต็ดในตอนนี้คือเกมส์รุกที่ยังไม่มีความหลากหลายมากพอ ในหลายจังหวะแบ็คของพวกเขา ไม่มีการเติมเกมส์รุกที่ ขึ้นสุดลงสุด หรือครอสบอลเข้าไปแม่น ๆ เหมือนสมัย เดนนิส เออร์วิน, แกร์รี เนวิลล์ หรือ ปาทริซ เอวร่า 
 
ซึ่งนี่คือปัญหาในระยะยาวของทีม แม้ยังกับวาเลนเซีย จะไร้ซึ่งข้อผิดพลาดแต่การที่คุณนำนักเตะที่ คนหนึ่งก็ถนัดเท้าขวาแต่ต้องมาเล่นฝั่งซ้าย คนหนึ่งก็ขึ้นบอลทางเดียว มาประจำอยู่ในตำแหน่งที่ต้องใช้สมดุลมาก นี่อาจไม่ใช่โมเดลที่ดีนักสำหรับทีมที่ขึ้นไปประสบความสำเร็จ
 
 
ก่อนหน้านี้โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ลุค ชอว์ จะเป็นแบ็คซ้ายอนาคตของทีม และจะอยู่กับทีมอีกหลายปี แต่ในรายของมัตเตโอ ดาเมียน และเดลีย์ บลินด์ ดูเหมือนนี่อาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายสำหรับพวกเขาในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดแล้วก็เป็นได้