คุณเชื่อว่ามนุษย์มีธรรมชาติพื้นฐานบางอย่างร่วมกันรึเปล่าคะ เช่น หากเกิดเป็นคน การกลัวสิ่งอันตราย สนใจปากท้อง น่าจะเป็นลักษณะร่วมกันของความเป็นคน หรือการเห็นสีฟ้า ทุกคนก็น่าจะเห็นสีฟ้าเดียวกัน หากไม่ได้ตาบอดสี

             อันที่จริง คำว่าความเป็นคนนี่แหละค่ะ ที่เป็นปัญหา เพราะความเป็นคนของเราไม่เหมือนกัน บางคนอยากขาวจนแทบจะเอาคลอรีนมาขัดผิว ในขณะที่อีกคนหนึ่งเฉยๆ หรือคนบางกลุ่มชอบที่จะมีบ้านพักอยู่ในที่ราบสูงอย่างบนป่าบนดอย ในเขตหวงห้าม แต่บางคนแค่ได้นอนก็พอใจแล้ว ไม่ว่าจะนอนที่ไหน

           มนุษย์บางคน ชอบที่จะกินเยอะๆ บางคนกินแค่พออิ่ม บางคนมีนาฬิกาเรือนเดียวก็พอใจ บางคนถึงขนาดต้องยืมเพื่อน บางคนกินปลาก็ชอบแล้ว บางคนต้องกินเนื้อสัตว์สงวน

           คุณเคยเห็นภาพลวงตาคลาสสิค ที่เป็นเส้นตรงสองเส้นวางเรียงกัน เส้นหนึ่งด้านปลายเส้นเป็นหัวลูกสอนทั้งสองด้าน อีกเส้นกลับทิศแตกออกเหมือนตัววายมั้ยคะ เส้นเหล่านั้นเมื่อวางเป็นลำดับบนล่าง เราจะมองเห็นเส้นหนึ่งยาวกว่าเส้นหนึ่ง แต่ที่จริงเป็นภาพลวงตาค่ะ เพราะทั้งสองเส้นยาวเท่ากัน

           เจ้าของภาพลวงตาทดลองนี้คือ มุลเลอร์ ลือเยอร์ แต่ถามว่าสองเส้นนี้ เมื่อคนทุกคนมองจะคิดว่าไม่เท่ากันหมดทุกคนไหมคะ คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกคนค่ะ (เราไม่นับคนที่สำนึกได้ว่าเป็นทริคนะคะ เอาตามธรรมชาติเลย)

           งานศึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เคยทำการทดลองและได้ผลว่า นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มองว่าเป็นภาพลวงตามากกว่าชาวเกาะเมอร์เรย์นะคะ นั่นแปลว่า เราไม่ได้มองภาพลวงตาแล้วถูกลวงตากันทุกคน แต่มันอยู่ที่การศึกษาและสภาพแวดล้อมที่เกิดมาค่ะ

           ย้อนไปดูผลการศึกษาของซีกัลล์ช่วงปี 1960 ก็ได้ผลใกล้เคียงกัน ว่าชนเผ่าซานในคาลาฮารี ที่ส่วนมากประกอบอาชีพล่าสัตว์และหาของป่า ไม่ได้โดนภาพลวงตานี้หลอกแต่อย่างใด แต่เห็นเส้นตรงทั้งสองยาวเท่ากันค่ะ (ถ้าอยากดูภาพลวงตานี้ ลองเสิร์ชหาคำว่า Franz Carl Muller Lyer ดูนะคะ)

           นั่นทำให้เราสรุปได้คร่าวๆ ว่า สิ่งที่เรามอง สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราเชื่อ มันอาจไม่ได้เป็นธรรมชาติของเรา แต่เป็นผลมาจากการศึกษาที่สั่งสมมา และสภาพแวดล้อมของเรานั่นเองค่ะ

          นักไพรเมทวิทยาและจิตวิทยา ไมเคิล โทมาเซลโล เคยทำการศึกษาและตั้งข้อสังเกตจากลิงชิมแปนซีที่มีความสามารถในการลอกเลียนแบบ โดยเทียบเคียงกับมนุษย์ เขาให้ความเห็นว่า มนุษย์เรามีความสามารถในการเลียนแบบหรือก็อบปี้กันอย่างน่าทึ่งนะคะ นั่นเพราะการเลียนแบบทำให้เราเห็นผลดีผลเสียของการกระทำต่างๆ และสามารถประยุกต์มาเป็นทางออกเฉพาะตัวได้อีกด้วย ที่สำคัญ มนุษย์สามารถลอกเลียนแบบได้ตั้งแต่ตอนยังเป็นทารกเลยนะคะ 

          ในสังคมปัจจุบัน การลอกเลียนแบบยิ่งทำได้ง่ายขึ้น หากเรามีตัวแบบมากมาย ซึ่งตัวแบบสมัยก่อนในสังคมออฟไลน์ ก็คงมีเพียงครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อน ที่ทำงาน รวมถึงสื่ออย่างทีวีหรือวิทยุ แต่ในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตทำให้ขอบเขตของการมองต้นแบบไปไกลและลงลึกกว่าที่เคย

         แล้วเรากำลังอยู่ในสังคมแบบไหนกันคะ

         สังคมที่มีแต่ความรุนแรง เห็นแก่ตัว คอรัปชั่น คนผิดไม่ได้รับผิด มันทำให้เราและคนรุ่นหลังกำลังกลายเป็นคนแบบไหนกัน

          สรุปแล้ว ธรรมชาติพื้นฐานที่ว่ามนุษย์เป็นสิ่งดี หรือสิ่งเลว อาจผิดหมดค่ะ เพราะที่จริง เราอาจเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ลอกเลียนแบบสิ่งที่เราเห็นเมื่อครั้งยังทารกและเอาตัวรอดไปวันๆ จนเราเติบโต

         และสังคมก็คือ สถานที่ๆ คนลอกเลียนแบบกันไปมา จนเราไม่รู้ว่าใครเป็นต้นฉบับ แต่ผลลัพธ์คือเละทั้งหมดค่ะ

รักนะคะ

Miss Daisy