x

ตัวเลือกที่ดีกว่า

ในปีนี้ถือว่าเป็นปีทองแห่งวงการสมาร์ททีวีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาอะไรหวือหวา แต่นับว่าในปี 2016 สมาร์ททีวีได้กลับมาทวงบัลลังก์ในวงการเทคโนโลยีของเขาคืน ซึ่งในปีนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวหน้ามากขึ้น และตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้มากขึ้นอีกด้วย 

จากการสำรวจพบว่าในปี 2011 มียอดขายสมาร์ททีวีจำนวน 52 ล้านเครื่อง และเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึง 141 ล้านเครื่องและจะทะยานมาเป็น 173 ล้านเครื่องในปี 2016 จากข้อมูลนี้เองสามารถช่วยคุณตัดสินใจได้แล้วหล่ะว่าควรจะมีสมาร์ททีวีมาไว้ครอบครองสักเครื่องหนึ่ง ซึ่งในการเลือกซื้อนั้นไม่ใช่ว่าจะเลือกจากขนาดเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องใช้ปัจจัยอื่นๆเข้ามาประกอบการตัดสินใจด้วย อาทิ ระบบปฏิบัติการของทีวีเหมาะสำหรับคุณหรือไม่? แพลตฟอร์มตัวไหนที่ดีที่สุด? หรืออะไรที่ทำให้ทีวีรุ่นนี้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ? 

โดยทีวีที่ออกมาวางขายในปีนี้ส่วนมากจะมีการติดตั้งให้เป็นสมาร์ททีวีกันทั้งนั้น และสิ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อคือ คุณจะต้องหาทีวีที่ถูกจริตกับคุณมากที่สุดและมีประโยชน์ใช้สอยได้ยาวนาน ระบบปฏิบัติการดูจะเหมือนเป็นโครงสร้างหลักที่จะทำให้สมาร์ททีวีแต่ละเครื่อง แต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าปัจจุบันนี้ มีระบบปฏิบัติการที่ใช้ในทีวีแต่ละยี่ห้อ ที่มีชื่อเสียงเรียงนาม และมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง เรามาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นดีกว่า

Android TV 
รายละเอียด

ถือเป็นเรื่องที่ฮือฮากันเลยทีเดียว ที่ทาง Google ได้ทำการเปิดตัวแพลตฟอร์มทีวีแอนดรอยด์แบบสายฟ้าแลบ ในเดือนมิถุนายน ปี 2014 ณ.งานประชุมบริษัทผู้พัฒนา I/O คุณมองไม่ผิดหรอกที่ผู้ขียนใช้คำว่า “สายฟ้าแลบ” แต่อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้ปัจจุบันทันด่วนขนาดนั้น เพราะได้มีการนำแพลตฟอร์มมาทดลองใช้กันบ้างแล้วก่อนหน้านี้

ซึ่งสิ่งนี้เหมือนเหตุการณ์การปฏิวัติวงการโทรศัพท์มือถือที่ผ่านมา โดยทาง Google ได้นำเสนอแพลตฟอร์มที่มีความเสถียรและเปิดมิติใหม่ให้แก่สาวกโทรทัศน์ทั้งหลาย โดยไม่สนใจว่าเจ้าไหนจะเป็นผู้ผลิตสินค้าออกมา ไปๆมาๆผลประโยชน์ส่วนใหญ่อาจจะตกมาเป็นของกูเกิ้ลเอง และเมื่อระบบแอนดรอยด์ในทีวีสามารถรันด้วยโค้ดเดียวกันกับแอนดรอยด์ในโทรศัพท์ การปรับเปลี่ยนแอพสำหรับการใช้งานบนทีวีควรจะมีความสะดวกสบายและใช้ง่ายมากกว่าเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มของคู่แข่ง 

และอีกความสามารถหนึ่งของแพลตฟอร์มตัวนี้คือ การแทรกซึมเข้าไปในทุกอย่างที่กูเกิ้ลรู้เกี่ยวกับตัวคุณ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งคือ มันสามารถแนะนำคอนเทนต์ต่างๆได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น โดยดูจากประวัติการใช้กูเกิ้ลในการสืบค้นข้อมูล ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณค้นหานักแสดงที่มีชื่อว่า Jeff Goldblum บนรถโดยสารประจำทาง หลังจากนั้นเมื่อคุณกลับมาถึงบ้านคุณจะพบรายการแนะนำอย่างภาพยนตร์เรื่อง Independence Day และ Jurassic Park ที่เขาแสดงนำโผล่ขึ้นมา

ซึ่งสิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งสำหรับแอนดรอยด์ทีวีก็คือ มีการติดตั้ง Chromecast เข้ามาแล้วในตัว ทำให้คุณสามารถแชร์คอนเทนต์ที่อยู่ในโทรศัพท์หรือแทปเล็ตของคุณให้แสดงขึ้นมาอยู่บนโทรทัศน์ได้

 

โดยแอนดรอยด์ที่ใช้จะเป็นเวอร์ชั่น 6.0 หรือที่เรียกกันว่า Marshmallow โดยถูกติดตั้งมาเพื่อใช้สำหรับแอนดรอยด์ทีวีโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น สามารถเปลี่ยนแหล่งการจัดเก็บข้อมูลไปไว้บน SD Card ได้ และมีส่วนควบคุมใหม่ที่ใช้ในการปรับแต่งความละเอียด และ dynamic range ของภาพสำหรับใช้กับ 4K ทีวี อีกทั้งยังมี Play Store ที่สามารถทำงานบนจอโทรทัศน์ได้อย่างสะดวกสบายและมาพร้อมกับภาพ Blackground สวยๆอีกด้วย

ถ้าคุณมีโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ  Android Marshmallow คุณจะสามารถใช้โทรศัพท์ในการตั้งค่าโทรทัศน์ของคุณได้ โดยการเลือกเมนู “Setup a nearby device” จาก Google Settings app บนโทรศัพท์

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

อย่างแรกคือโทรทัศน์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2015 และมาได้รับความนิยมมากขึ้นในปีนี้ โดยบริษัทอย่าง Arcelik, Vestel, RCA, Hisense, TCL และ Bang & Olufsen ก็มีการวางขายโทรทัศน์ที่เป็นแอนดรอยด์ทีวีออกมากันบ้างแล้ว อีกทั้งยังมีการร่วมมือกับ Sony, Philips และ Sharp ในเรื่องผลิตโทรทัศน์มาเพื่อรองรับระบบปฏิบัติการตัวนี้

เราควรจะรอไปก่อนหรือไม่?

สมาร์ททีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการของแอนดรอยด์ดูเหมือนว่าจะเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคตเลยทีเดียว และถ้าเป็นแบบนั้นจริง แอนดรอย์ดทีวีจะเป็นแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ผู้ผลิตแต่ละรายเลือกที่จะนำมาใช้โดยไม่ได้เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการโดยตรง (ถ้า Samsung และ LG ยังไม่ให้ลิขสิทธิ์ Tizen หรือ WebOS แก่ผู้ผลิตรายอื่นๆ) 
ซึ่งในการที่ทางกูเกิ้ลได้อนุญาตให้ทางผู้ผลิตโทรทัศน์รายต่างๆได้นำระบบปฏิบัติการของเขาไปใช้นั้น ทำให้เกิดผลประโยชน์ที่ดีแก่ทางกูเกิ้ลเองด้วย

และในขณะนี้แอนดรอยด์ทีวีก็มีแอพพลิเคชั่นที่จะมาตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น NetflFlix หรือ BBC iPlayer ไปจนถึง video service ที่สามารถดูภาพยนตร์เกาหลีได้ตามความต้องการของผู้ใช้ได้

สิ่งสำคัญของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ตัวนี้ คือ แอพพลิเคชั่นและเซอร์วิสที่จะมีการอัพเดตและพัฒนาให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง


 

WebOS
รายละเอียด

WebOS ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2009 เพื่อใช้เป็นระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มือถือ Palm Pre smartphone โดย HP เคยซื้อบริษัทไว้ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์มาเป็นของ LG  ผู้ซึ่งนำระบบปฏิบัติการนี้มาใช้นอกเหนือจากในโทรศัพท์ (แต่แอนดรอยด์ได้รับความนิยมมากว่า) ทำให้เขานำมาใช้กับโทรทัศน์แทน เห็นได้จาก  WebOS 3.0 ที่ถูกนำมาใช้กับโทรทัศน์ของ LG ทุกรุ่นที่ออกวางจำหน่ายในปี 2016 และเป็นที่คาดหวังกันว่าโทรทัศน์ที่อยู่ในไลน์ปี 2015 จะมีการอัพเกรดและนำระบบปฏิบัติการตัวนี้มาใช้ด้วยเช่นกัน

ความสามารถใหม่

WebOS 3.0 ได้ถูกเปิดตัวในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า "Magic Zoom" ที่จะทำให้คุณสามารถมองเห็นรายละเอียดของภาพได้อย่างง่ายดาย และสามารถใช้ motion-controlled remote ในการสไลด์ไปยังส่วนต่างๆของภาพเมื่อรับชมวิดีโอ

นอกจากนี้ยังสามารถทำการเชื่อมต่อโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กับ LG SmartTV app ได้โดยตรง ทำให้สามารถใช้งาน Google Map หรือ YouTube บนจอทีวีขนาดใหญ่ๆได้อย่างสะดวกสบาย

และถ้าคุณต้องการที่จะฟังเพลงผ่านระบบhome entertainment แต่ไม่ต้องการให้มีแสงสว่างจ้าจากจอโทรทัศน์มารบกวนหรือทำให้กินไฟ นี่ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคุณแล้วหล่ะ เพราะ WebOS 3.0 สามารถเล่นเพลงได้ผ่านลำโพงโดยไม่ต้องเปิดหน้าจอโทรทัศน์ทิ้งไว้

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

WebOS 3.0 ถือเป็นน้องใหม่ในวงการ แน่นอนว่าเราก็ต้องการที่จะเห็นถึงการนำมาใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะกับโทรทัศน์ยี่ห้อ LG รุ่นใหม่ๆที่กำลังจะออกมา และมีข่าวที่น่าสนใจออกมาว่าจะมีบริการจำหน่ายเกมส์ใน GameFly (สตรีมมิ่งเกมส์)  ผ่าน WebOS อีกด้วย

อีกทั้งคุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆผ่านบลูทูธไว้สำหรับเล่นเกมส์ที่มีสเปคสูงๆได้อย่างเกมส์ Tomb Raider และ  Batman: Arkham Origins โดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือคอนโซนในการเล่น ซึ่งจะมีการประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์บนอินเทอร์เน็ตและแสดงออกมาผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าทำได้ดีพอๆกับ Playstation Now เลยทีเดียว

เราควรจะรอไปก่อนหรือไม่?

ถ้าไม่นับแอนดรอยด์ทีวีนั้น WebOS ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่สามารถรองรับการใช้งานได้หลายแอคเคาท์ ตัวอย่างเช่น สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวสามารถเลือกใช้และปรับแต่งการใช้งานได้อย่างเหมาะสมตามความชอบของตนเอง

และทางผู้พัฒนาเองก็มีการขับเคลื่อนให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างการเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ทั่วไปกับแบบสตรีม โดยตัวผู้ใช้อาจจะไม่ต้องการให้เกิดการแบ่งแยกรายการโทรทัศน์ออกเป็นสองส่วน ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากในการรับชม ด้วยเหตุนี้จึงมีการรวมรายการภายในช่องทั้ง 2 แบบเข้ามาไว้ด้วยกัน และมีความพิเศษในการรับชมรายการพร้อมกันได้ถึง 2 ช่อง

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถือเป็นความสามารถใหม่ที่น่าสนใจและน่าจับตามองเป็นอย่างมาก แต่มันจะมีความพิเศษจริงๆก็ต่อเมื่อมันถูกนำมาใช้ในแพลตฟอร์มในอนาคต

Tizen
รายละเอียด

เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ซัมซุงได้ทำการสร้าง TiZen เพื่อนำมาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆที่เราเห็นกันอย่างเช่น Gear S2 ที่เป็นทั้ง smartwatch และกล้องในตัวเดียวกัน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ และนี่เป็นโชคดีของซัมซุงที่จะนำความรู้ในการพัฒนาอุปกรณ์ตัวนี้มาใช้กับสมาร์ททีวี

Tizen smart TV UI นั้นสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล โดยมีจุดประสงค์คือการนำคอนเทนต์จากหลากหลายแหล่งมารวมไว้ในโทรทัศน์เครื่องเดียว

ในระบบปฏิบัติการตัวนี้มีความสามารถที่น่าสนใจอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือ รองรับบริการ Playstation Now ที่คุณสามารถเล่นเกมส์ PS3 ได้ผ่านโทรทัศน์ของคุณโดยไม่ต้องผ่านเกมส์คอนโซน และอย่างที่สองคือฟังก์ชั่น  "Extra"  ที่มาพร้อมกับผลกีฬาแบบเรียลไทม์และรายละเอียดข้อมูลของภาพยนตร์เรื่องที่คุณกำลังรับชมจาก IMDB โดยตรง

ความสามารถใหม่

ทางบริษัทได้มีการเปิดเผยข้อมูลภายในงาน CES 2016 ว่าพวกเขาต้องการพัฒนาระบบการเปลี่ยนช่องระหว่างรายการทีวีธรรมดากับ NetFlflix ให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นราวกับการเปลี่ยนจากช่องหนึ่งไปอีกช่องหนึ่งอย่างง่ายดาย 

อีกไอเดียหนึ่งคือการที่จะให้อุปกรณ์ต่างๆสามารถควบคุมได้ด้วยรีโมตเพียงตัวเดียว โดยเมื่อคุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ HDMI เข้าไปมันจะทำการค้นหาและตั้งค่าอุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อให้สามารถควบคุมด้วยรีโมตของซัมซุงได้

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

ซัมซุงมองว่า Tizen TV จะก้าวมาเป็น “ส่วนสำคัญ” ของการใช้เทคโนโลยีในอนาคต โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไม่ว่าจะเป็น หลอดไฟ เครื่องล้างจาน หรือเครื่องปิ้งขนมปัง จะถูกควบคุมการสั่งงานได้ผ่านสมาร์ททีวีของคุณ

เราควรจะรอไปก่อนหรือไม่?

ซัมซุงถือว่าเป็นผู้นำในด้านสมาร์ททีวี ดังนั้น Tizan ก็คงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน และยังถูกจับตามองในการขยายวงกว้างในการใช้งานออกไป โดยมีการรองรับเหล่าผู้พัฒนาและผู้เผยแพร่สัญญาณที่หลากหลาย และดูท่าว่าจะประสบความสำเร็จอย่างมากในอนาคต 


Firefox OS
รายละเอียด

Mozilla ได้นำเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Firefox เข้ามาใช้ในระบบปฏิบัติการของพานาโซนิคสมาร์ทีวีในปี 2016 ซึ่งมีความลื่นไหลและสะดวกสบายในการใช้งาน อีกทั้งไม่กินพื้นที่ในการประมวลผลของทีวีอีกด้วย

ความสามารถใหม่

Firefox OS มีดีไซน์ที่ออกแนวมินิมอลนิดๆ ผสมผสานกลิ่นอายที่มาจากยุคที่โทรทัศน์มีการพัฒนาให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ในส่วนของหน้าโฮมสกรีนนั้นจะมีเมนูให้คุณเลือกว่าจะใช้งาน Live TV, แอพพลิเคชั่น หรืออุปกรณ์อื่นๆ (เมื่อมีการเชื่อมต่อเข้ากับโทรทัศน์) อีกทั้งสามารถสร้างเมนูลัดให้กับแอพพลิเคชั่นหรือรายการที่คุณใช้งานบ่อยๆเพื่อความง่ายในการเข้าถึง

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

Firefox OS เวอร์ชั่น 2.5 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดนั้น ทาง Mozilla เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์และขายต่อให้กับผู้ผลิตโทรทัศน์รายอื่นๆ ในวันหน้า Mozilla จะทำการซื้อแอพพลิเคชั่นและบริการหลักๆอย่าง  Vimeo, iHeartRadio, Atari, AOL, Giphy และ Hubii เข้ามาในระบบปฏิบัติการของเขาด้วย

โดยทางบริษัทได้ออกมาเปิดตัวการทำงานของระบบ Chomecast ว่าจะสามารถซิงค์คอนเทนต์จาก Firefox ไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆได้ เพียงการคลิกเชื่อมต่อข้อมูลจากเบราว์เซอร์ไปยังโทรทัศน์ที่คุณต้องการ

เราควรจะรอไปก่อนหรือไม่?

เราก็ยังคงต้องจับตามองต่อไปว่า  Firefox OS จะถูกนำมาใช้กับสมาร์ททีวีตัวไหนบ้าง ซึ่งต้องยอมรับว่าระบบปฏิบัติการตัวนี้ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้ผลิตโทรทัศน์มากนัก โดยที่เห็นในขณะนี้จะมีแค่เพียงพานาโซนิคที่นำมาใช้กับสมาร์ทีวีของเขาเท่านั้น และในอนาคตไม่แน่ว่าพานาโซนิคอาจจะหยิบยื่นโอกาสที่ดีเพื่อเปิดทางให้กับ  Firefox OS ก็เป็นได้ 

Roku OS
รายละเอียด

เมื่อพูดถึงกล่องที่ใช้เชื่อมต่อกับโทรทัศน์ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายคนคงจะนึกถึงชื่อ Roku แน่นอน ซึ่งตอนนี้มันก็มีระบบปฏิบัติการเป็นของตัวเองแล้วและก้าวเข้ามาอยู่ในแวดวงสมาร์ททีวีเป็นที่เรียบร้อย เห็นได้จากในปี 2016 บริษัทใหญ่ๆ อาทิ Sharp, TCL, Haier, Hisense และ Insignia หันมาให้ความสนใจกับน้องใหม่ตัวนี้มากขึ้น

ความสามารถใหม่

Roku 7 ถือเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่ออกมา โดยทางผู้ผลิตได้เพิ่มฟีเจอร์ที่จำเป็นต่อการใช้งานเข้ามาใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับชมช่องต่างๆได้มากกว่า 1700 ช่อง อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถค้นหาข้อมูลพื้นฐานของแต่ละช่องได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของภาพยนตร์,นักแสดงและข้อมูลอื่นๆของผู้ให้บริการ นั่นแสดงว่าคุณจะได้รับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อบริการที่คุณติดตามอยู่มีการเพิ่มข้อมูลใหม่ๆเข้ามา
ในเวอร์ชั่น 7 นี้เพิ่มฟังก์ชั่นการรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ซึ่งจะปรากฎเบราว์เซอร์ขึ้นมาให้ล็อกอินเพื่อเข้าใช้งานในสถานที่ต่างๆเช่น โรงแรมหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น นั่นหมายถึงคุณสามารถตั้งค่าโทรทัศน์ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และทางบริษัทก็กำลังจะทำการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้ในการนี้โดยเฉพาะ

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

ถึงแม้ว่าระบบปฏิบัติการตัวนี้ยังไม่มีอะไรที่หวือหวามากนัก แต่ทางผู้พัฒนา Roku ได้ออกมาบอกว่า ภายในปี 2016 จะมีการปรับปรุงซอร์ฟแวร์ให้รองรับการชมภาพในรูปแบบ 4K และ HDR ซึ่งความสามารถนี้เองอาจจจะเป็นใบเบิกทางให้ Roku เข้าไปอยู่ในสมาร์ททีวีหรือถูกใช้เป็นกล่องสำหรับเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ของคุณให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานเพิ่มขึ้น

เราควรจะรอไปก่อนหรือไม่?

จากที่เห็นว่าระบบปฏิบัติการตัวนี้ค่อนข้างจะธรรมดาไปเสียหน่อย เมื่อเทียบกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ เพราะแอพพลิเคชั่นที่มากับระบบนั้นเป็นแอพที่ไม่ได้แปลกแตกต่างจนน่าตกใจ อย่างเช่น BBC iPlayer, Netflix, Amazon และ แบรนด์พื้นฐานทั่วไป จะว่ามันเป็นข้อเสียข้อหนึ่งก็ได้ ด้วยการที่ขนาดของบริษัทที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย ทางผู้ผลิตโทรทัศน์จึงไม่ค่อยหันมาให้ความสนใจเหมือนกับเจ้าดังๆเจ้าอื่น และถ้าคุณมองหาแอพพลิเคชั่นสำหรับเล่นวิดีโอในระบบปฏิบัติการนี้ คุณอาจจะต้องผิดหวัง เพราะมันยังไม่มีนั่นเอง

กล่อง Set-Top ต่างๆ

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ หลายคนคงนึกถึงสมาร์ทีวีตามท้องตลาดทั่วไป แต่หารู้ไม่ว่ามีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ใช้เชื่อมต่อกับโทรทัศน์เพื่อให้กลายเป็นสมาร์ททีวีได้ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ set-top box (ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะไม่ได้ถูกวางไว้บนโทรทัศน์เหมือนแต่ก่อน เพราะว่าจอทีวีนั้นมีความบางลงมากจนไม่สามารถวางกล่องได้แล้วก็ตาม) 

ซึ่งเมื่อเราใช้กล่องชนิดนี้จะทำให้โทรทัศน์ของคุณนั้นดูดีมีระดับขึ้นเยอะเลยทีเดียว แต่คุณอาจจะต้องมีการเปลี่ยนกล่องบ้างนานๆทีครั้ง ความถี่พอๆกับที่คุณเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือนั่นแหละ 

ถ้าพูดถึงจุดด้อยของกล่องประเภทนี้ นั่นก็คือปัญหาการควบคุมอินพุตต่างๆผ่านระบบปฏิบัติการที่ทำได้ไม่ดีนัก ไม่ต้องมองตัวอื่นไกลแค่เชื่อมกับอุปกรณ์ HDMI ก็ยุ่งยากแล้ว

แต่ถ้าหากคุณเกิดสนใจ  set-top-box ขึ้นมาตัวเลือกหลักๆก็จะมี Apple TV, Roku และ Fire TV จากค่ายอเมซอน 

Apple TV เกิดจากที่แบรนด์ Cupertino ได้ทำการขายลิขสิทธิ์ให้เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยความเรียบง่ายตามสไตล์แอปเปิ้ล ทำให้เหล่าผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นทั้งหลายหวั่นใจในเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับว่าจะไม่คุ้มค่าเท่าแอนดรอยด์ทีวี หรือจะพูดง่ายๆว่าแอพพลิเคชั่นที่เห็นบนระบบปฏิบัติการตัวนี้ยังไม่ดึงดูดใจมากเท่าที่ควร

Fire TV และ Fire TV Stick นั้นมาจากบริษัทลูกของอเมซอนที่ทำตลาดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้แอนดรอยด์ โดยตัวนี้มีการเพิ่มแพลตฟอร์ม Instant Video เข้าไป ซึ่งมีการทำงานผ่านแอพสโตร์ของอเมซอนที่ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควร 

ทั้งหมดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ถูกและดีสำหรับผู้ที่ต้องการมีสมาร์ททีวีไว้ในครอบครอง แต่งบประมาณนั้นยังไม่มากนัก หรือเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะชิมลางสมาร์ททีวีที่จะมาเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตในภายภาคหน้า. /