x

จากยุคคีรีบูน ฟรุตตี้ ต่อมาถึง ทัช เต๋า สมชาย แร็พเตอร์ จนมาถึงกามิกาเซ่ ในวันนี้ "อาร์เอส" จะเลิกทำเพลงวัยรุ่นแล้วหรือ?
 
 
GAME OF PRE-TEEN’S THRONE: เมื่อลูกหม้อเก่า หาญชิงบัลลังก์เจ้าพรี-ทีน จากอาร์เอส
 
โดย ปรรวดา เพ็ชรมี 
 
หากพิมพ์คำว่า อาร์เอส ในช่องค้นหาของกูเกิลแล้วกดเอนเตอร์ ผลลัพธ์แรกจะพาไปที่เว็บไซต์วิกิพีเดีย ซึ่งจะบอกว่า บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ผู้นำในธุรกิจสื่อบันเทิงครบวงจร โดยธุรกิจปัจจุบันมี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเพลง ที่มีรายได้จาก การจำหน่าย Physical Product, การจำหน่ายผ่านช่องทาง Digital และรายได้จากการจัดเก็บลิขสิทธิ์ ธุรกิจโชว์บิซ ได้แก่ การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์, การบริหารศิลปิน ธุรกิจสื่อ ได้แก่ สื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์  
 
ซึ่งแตกต่างไปจากที่คุ้นเคยกันในความเป็นจริงไม่น้อย เพราะทุกวันนี้ อาร์เอสชัดเจนมากกว่า ในเรื่องธุรกิจสื่อ ทั้งสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุ และธุรกิจด้านความงามและสุขภาพ ขณะที่เรื่องของการทำเพลง เพลงฮิตเพลงสุดท้ายของอาร์เอส ที่ดังในระดับ ‘ทั่วทั้งประเทศ’ นั้น ผ่านมานานโข
 
และบางคนคงนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่า ครั้งหนึ่งที่นี่ ก็คือค่ายเพลงระดับหัวแถว ที่มีงานเพลงออกมาครบเครื่อง โดยเฉพาะตลาดพรี-ทีน ที่อาร์เอสครองบัลลังก์มานาน ตั้งแต่เปิดตัวบริษัทในชื่อ อาร์เอส ซาวนด์ ศิลปินขวัญใจวัยรุ่นสมัยที่กรุงเทพฯ ครบ 200 ปี ล้วนเป็นผลิตผลของที่นี่ เช่น คีรีบูน, เรนโบว์, บรั่นดี, ฟรุ้ตตี้, กลุ่มศิลปินรวมดาว 
 
จนมาถึงยุคของอาร์เอส โปรโมชัน 1992 อาร์เอสตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดพรี-ทีน ด้วยศิลปินวัยรุ่นดารา-นายแบบอย่าง สมชาย เข็มกลัด, โดม ปกรณ์ ลัม, เจมส์ เรืองศักดิ์, บอยสเก๊าท์, นุ้ก สุทธิดา มาจนถึง ดีทูบี ที่มีกำลังเสริมเป็นอาร์เอส สตาร์คลับ การบริหารกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการสำหรับศิลปินจริงๆ จังๆ ครั้งแรกในบ้านเราก็ว่าได้ ที่มีทั้งการจำหน่ายของที่ระลึกของศิลปิน มีนิตยสาร มีกิจกรรมพิเศษ ถึงกระทั่ง มีคอนเสิร์ตสำหรับสมาชิกอาร์เอส สตาร์คลับ 
 
พอขึ้นตลาดหลักทรัพย์ เป็น อาร์เอส จำกัด (มหาชน) แม้จะมีปาน ธนพรเป็นซูเปอร์สตาร์ประจำค่าย แต่ก็ไม่ได้ทิ้งตลาดพรีทีนไปไหน เมื่อมีเปิดค่ายเพลงสำหรับวัยใส ‘กามิกาเซ’  บ้านของศิลปินวัยกระเตาะ เช่น โฟร์-มด, เฟย์ ฟาง แก้ว, ขนมจีน, มิล่า, เค-โอติก, หวาย, ชิลลีไวท์ช็อค, พายุ ที่สานต่อการเป็นเจ้าตลาดเพลงวัยว้าวุ่น ที่การจัดการในเรื่องการบริหารแฟนคลับทันสมัย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยใช้สื่อออนไลน์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างได้ผล ในยุคที่คำว่า โซเชียล มีเดีย ไม่ใช่คำเกร่อๆ แบบทุกวันนี้ ผ่าน www.zheeza.com      
 
ในวันที่ชื่อเสียงของอาร์เอส เป็นชื่อผู้บริหารสถานีโทรทัศน์, สถานีวิทยุ หรือขายเครื่องสำอาง ทำเพลงลูกทุ่งมากกว่าเพลงสตริงหรือเพลงไทยสากลทั่วๆ ไป ชื่อกามิกาเซ อาจไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนก่อนเก่า หากก็พอมีเพลงออกมาเรื่อยๆ ทั้งจากศิลปินเก่าและศิลปินใหม่ มีโปรเจ็กต์พิเศษเป็นระยะๆ แม้จะเป็นยุคที่การดูแลธุรกิจเพลง เปลี่ยนไปอยู่ในมือของ ศุภชัย นิลวรรณ ที่ดูแลอาร์สยามอยู่ก็ตาม 
 
เช่น ต้นปีนี้ ก็มีโปรเจ็กต์พิเศษ  ซีรีส์โทรทัศน์ 21 วัน ฉันรักนาย (21 Days) ที่นำแสดงโดย ศิลปินกามิกาเซ่รุ่นใหม่บางส่วน จากโปรเจ็กต์กามิกาเซ นิวคัมเมอร์ และกามิกาเซ เน็กซท์ ซึ่งเหมือนเป็นการรับไม้ต่อจากศิลปินรุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อปี 2550 ที่หมดสัญญากับต้นสังกัดพอดี โดยมีเพลงประกอบซีรีส์ปล่อยออกมาให้ฟังกันด้วย 5 เพลง  
 
หลังซีรีส์จบลง ข่าวคราว ผลงานของกามิกาเซดูเงียบหายไป ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ สำหรับอาร์เอสยุคธุรกิจเพลงไม่ใช่ที่มาหลักของรายได้ จนมีข่าวฮือฮาขึ้นมาในหน้านิวส์ฟีดของเฟซบุ๊ค จากเพจ ‘ตำนาน Kamikaze’ ว่า “Kamikaze ปิดค่ายลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป” พร้อมขอบคุณแฟนเพลงที่ติดตามกันมาเป็นเวลาถึง 10 ปี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 
 
ทำให้ชื่อกามิกาเซ่ กลับมาฮือฮาอีกครั้งชั่วข้ามคืน และจากยอดแชร์ร่วมๆ สามหมื่นกว่า ก็แสดงให้เห็นว่า แม้จะไม่คึกคักเหมือนเก่า กามิกาเซก็ยังมีแฟน มีคนให้ความสนใจไม่น้อย และเอาเข้าจริงๆ ถึงตอนที่ปิดต้นฉบับ ก็ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจากอาร์เอสหรือกามิกาเซ่ ออกมาว่าจะปิดค่าย ที่น่าสนใจก็คือ ในประกาศยังระบุด้วยว่า “ประกาศ! ปิดค่ายเพลง Kamikaze (ใครคิดถึง Kamikaze คงต้องตามต่อที่ค่าย DemoLab)” ซึ่งน่าตั้งคำถามไม่น้อยว่า ทำไมประกาศปิดค่ายถึงไม่ได้มาจากต้นสังกัด แต่เป็นเฟซบุ๊คแฟนเพจ แถมยังชี้ทางให้ไปตามต่อยังอีกค่ายเพลงหนึ่ง 
 
ที่หากเคาะไปเรื่อยๆ จะพบว่า เดโมแล็บ เป็นสังกัดเพลงใหม่ ของ ดร.ณรงค์ศักดิ์ ศรีบรรฎาศักดิ์วัชรากรณ์ หนึ่งในผู้บริหารกามิกาเซยุคแรกๆ ที่หลังออกจากอาร์เอสก็ไปทำงานให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี ปั้นศิลปินเกิร์ล กรุ๊ปชื่อ มิลค์เชค แล้วก็ไปอยู่โมโน มิวสิค ทำโปรเจ็คท์ โมโน วาร์ป ออดิชัน ก่อนมาตั้งสังกัดของตัวเอง ที่หลังข่าวปิดกามิกาเซออกมา ก็มีข่าว “อดีตนักร้อง 3.2.1. ไม่อายขับแกร็บคาร์ หลังปลดทหารไม่มีงานไม่มีเงิน” ซึ่งเป็นอดีตศิลปินของกามิกาเซ และปัจจุบันอยู่เดโมแล็บตามมาติดๆ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ช่างบังเอิญซะเหลือเกินจริงๆ 
 
ไม่บอกก็คงมองออกว่า ค่ายใหม่ที่เกิดขึ้น เกิดมาเพื่อสั่นคลอนบัลลังก์พรี-ทีน ที่อาร์เอสครองมานาน โดยลูกหม้อเก่าที่เคยทำงานสร้างชื่อกันมาก่อน ราวกับรูส โบลตัน ยึดวินเทอร์เฟลล์จากร็อบ สตาร์ค ใน Game of Thrones ยังไงยังงั้น หากมองลงไปอีกขั้น จะพบว่า ตลาดที่มีกำลังซื้อ แถมควักง่าย-จ่ายคล่อง อย่าง กลุ่มพรี-ทีน กำลังอยู่ในช่วงสุญญากาศ กามิกาเซอาจจะเป็นเจ้าตลาด แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่ง หรือมีส่วนแบ่งมากมายเหมือนที่เคยเป็น เห็นได้ชัดจากการออกผลงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ขาดช่วงไปนาน คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายก็โน่น ปี  2557 โปรเจ็กต์ศิลปินใหม่ก็ต้องย้อนไปถึงปี 2558 กระทั่งปีนี้ที่ครบรอบ 10 ปี กามิกาเซก็ไม่มีกิจกรรมในวาระสำคัญนี้ออกมา นอกจากซีรีส์เมื่อต้นปี ที่เป็นหนสุดท้ายที่มีงานเพลงใหม่ออกมาเช่นกัน  
 
แล้วไม่ใช่เป็นแค่ลูกหม้อเก่ามาสั่นคลอนบัลลังก์ ในแบบที่น่าจะรู้จักรู้ใจแฟนเพลงอย่างดี เดโมแล็บยังได้ ศิลปินกามิกาเซเดิมไปอยู่ในชายคาหลายราย ต่อติดได้ทันทีกับแฟนๆ ไม่ต้องเสียเวลามากนักในการสร้างกลุ่มแฟนเพลง หรือสร้างศิลปิน
 
แม้จะไม่ได้ทำธุรกิจเพลงเป็นหลักเหมือนอย่างที่เคยเป็น กับการทำงานในแบบ อะไรไม่สร้างรายได้ก็พร้อมทิ้ง และภาพลักษณ์ใหม่ของบริษัทก็คือ คนทำสื่อและขายเครื่องสำอางค์ งานนี้ผู้ครองบัลลังก์อาจจะไม่ถึงกับเสียหายหรือเสียดาย ถ้าที่มั่นอีกแห่งหนึ่งจะถูกตีพ่าย แต่เชื่อเถอะในวูบที่ลมฝนพัดผ่านซอยลาดพร้าว 15 ก็อาจจะต้องมีบ้างที่เกิดใจหายกันไป... สักแว่บหนึ่ง
 
โดยเฉพาะหากย้อนมองถึงอดีตอันฟูเฟื่อง เรืองรอง

***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

 

และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน