x

เรื่อง : วัฒนะ
ภาพ : ช่อง ๗
 
"อาชีพตำรวจเหมือนผ้าขี้ริ้วจะให็มีคนมารักมาชอบก็คงไม่ใช่ แต่ทุกบ้านจำเป็นต้องมี ถึงแม้ว่าจะสกปรกไม่อยากจะจับ แต่เมื่อไหร่ทำน้ำหกเลอะก็ต้องหยิบผ้าขี้ริ้วขึ้นมาใช้"
 
คำพูดของ"พ.ต.อ.เจษฎา"() หัวหน้าเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเสือดาว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวให้กำลังใจกับตำรวจในงานศพ"จ่าขจร"(วีรชัย หัตถโกวิท)
 
ประโยคนี้เป็นธีมหลักของเรื่อง"ภารกิจรัก" ตอน"มือปราบเจ้าหัวใจ"ซีรี่ส์ที่สองในจำนวนสี่เรื่องที่รับช่วงต่อจาก" เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน" ผลิตโดย"พอดีคำ" ช่อง๗ ซึ่งเพิ่งจบตอนไปด้วยเรตติ้งที่สูงถึง ๘.๗
 
"มือปราบเจ้าหัวใจ" บทประพันธ์ของ"อัคนี" ถูกปลุกชีพเป็นบทละครโดย"ลายน้ำ"มือเขียนบทชื่อดังที่เข้าชิงรางวัลหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ"ลูกโขน","ลูกไม้หลากสี" และ"ขมิ้นกับปูน"
 
เรื่องราวของ"ร.ต.อ.คณินทร์ เวโรจน์"(พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์) มือปราบหนุ่มตงฉินบ้าดีเดือด"ยอมหักไม่ยอมงอ"สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษเสือดาว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีอุดมการณ์แรงกล้าที่จะปราบปราม ทำลายล้างองค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ  ซึ่งกว่าจะสาวไปถึงตัวการใหญ่ภายใต้ชื่อว่า"คุณ"ต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ
 
การนำเสนอในรูปแบบละครพูดในมุมมองของคนทั่วไปที่มักมอง"ตำรวจ"ในทางลบ จะมี"อคติ"นำโดยที่บางครั้งลืมนึกไปว่าในทุกสังคมมีทั้ง"คนดี"และ"คนเลว"ปะปนกันไป
 
บทละครตีแผ่ในทุกแง่มุมของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว-คนรอบข้าง นายตำรวจชั้นผู้น้อยบางคนอาจ"เสียคน"เพราะครอบครัวไม่ว่าจะเป็นลูกหรือภรรยา
 
ถ้าคนในครอบครัวเดินทางผิดแล้ว"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"คนนั้นไม่ได้ยึดมั่นต่อ"อุดมการณ์"และ"คำสัตย์ปฏิญาณ" ปัญหา"คอรัปชั่น"และ"ภัยความมั่นคงของสังคม"ต้องตามมาดุจเงาตามตัว
 
นอกจากนี้บทยัง"ตีแสกหน้า"กลุ่มผู้มีอิทธิพลบางคนที่เข้ามามีบทบาทในวงการ"สีกากี"ในระดับนายตำรวจยศสูงๆในรูปแบบ"บุญคุณ"และถ้าตำรวจยอมตกเป็น"เบี้ยล่าง"ของผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ ความหายนะของชาติบังเกิดแน่นอน
 
ชื่นชมบทละครเรื่องนี้ที่ผู้เขียนบทใส่ใจในทุกรายละเอียดรอบข้างของ"ตำรวจ"อาชีพที่เหมือนอยู่บน"เส้นด้ายที่ขาดผึงได้ทุกเวลา"
 
คนที่เข้ามาเป็นคู่ชีวิตต้องพร้อมอดทน "ร่วมทุกข์ ร่วมสุข" และพร้อมที่จะต้องเผาศพและลอยอังคารสามีถ้าต้องจากไปในหน้าที่การงาน
 
คนที่มาเป็นคู่ชีวิตต่องรับจุดนี้ให้ได้ ต้องมีความอดทนอย่างมาก ต้องพร้อมเข้าใจและจับมือกันฟันฝ่าไปด้วยกัน
 
ในส่วนของนักแสดงนั้นแคสติ้งได้ตรงกับคาแรคเตอร์มากๆ
 
"พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์" กับบท"ผู้กองคณินทร์"ตัวแทนนายตำรวจผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ชนเป็นชน ไม่หวั่นต่ออิทธิพลต่างๆ มีปมอดีตที่เจ็บปวดเพราะพ่อแม่ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลค้ายาฆ่าตายต่อหน้าต่อตา รักในเกียรติความเป็นตำรวจมาก
 
บทนี้เหมาะกับ"พอร์ช"มาก สายตาของ"พอร์ช"สื่ออารมณ์ได้หลากหลายทั้งกบฏไม่ยอมคน,อ่อนโยน,อบอุ่น,ขี้เล่น และเศร้าเก็บกด
 
การถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครและวิธีการแสดงของเขาทำให้นึกถึงนักแสดงรุ่นพี่อย่าง"ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ" ที่สื่อสารทางสายตาและอินเนอร์จากข้างในได้ดี
 
รอเวลาประสบการณ์รวมถึงการวางตัวที่ดี รับรองว่าในอนาคตเป็น"นักแสดงคุณภาพ"แถวหน้าอีกคน ปลายปีน่าจะได้ลุ้นเข้ารอบสาขา"นักแสดงนำชาย"ไม่เวทีใดก็เวทีหนึ่ง
 
"ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์"เธอสวมวิญญาณของ"มินตรา"นักข่าวสาวผู้มีอดีตที่เจ็บปวดไม่แพ้พระเอก น้องชายถูกฆ่าตายเพราะคนติดยาโดยที่ตำรวจนิ่งเฉยปล่อยให้คนร้ายรอดจากคุก ทำให้เกิดปมอคติขัดแย้งและเกลียดในตำรวจ มุ่งมั่นอยากทำข่าวเจาะลึกการทำลายล้างองค์กรค้ายาเสพติด เป็นคู่ปรับของ"ผู้กองคณินทร์"ความแตกต่างของทั้งคู่ทำให้สามารถจูนลงตัวกลายเป็น"ความรัก"
 
"ขวัญ"เป็น"มินตรา"ที่สดใสน่ารักมีเสน่ห์ เข้าฉากกับ"พอร์ช"ได้ลงตัวเคมีเข้ากันดูไม่ขัดเขิน อย่างฉากระเบิดอารมณ์ใส่กันก็ส่งพลังแบบเต็มๆ
 
มาฉากหวานกุ๊กกิ๊กก็ไหลลื่นโดยทำให้ลืมไปเลยว่าชีวิตจริง"ขวัญ"อายุมากกว่า"พอร์ช"๓-๔ปี การแสดงของทั้งคู่น่ารัก ไม่มากและน้อยจนเกินไป
 
ดูคู่นี้แล้วทำให้คิดถึงคู่ขวัญในอดีตอย่าง"หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์" กับ"ปู-วิชชุดา สวนสุวรรณ"นางเอกสาวผู้ล่วงลับ แสดงไว้อย่างน่ารักชวนฟินในละคร"อรุณสวัสดิ์" ละครดังวิกหมอชิต ปี๒๕๓๕
 
"กาย-รัชชานนท์  สุประกอบ " กับบท"ผู้กองปรมัตถ์"บทนี้ถือเป็นบทที่มีมิติมากที่สุดของเรื่อง เป็นเด็กต่างจังหวัด เป็นคนทะเยอทะยานและ"กระหาย"ใน"ชัยชนะ"เพราะเขามาจากพื้นฐานครอบครัวที่ยากจนตัวละครตัวนี้
 
ช่วงต้น"ลายน้ำ"ใช้เทคนิคเขียนบทหลอกคนดูให้สงสัยว่าเป็น"ตำรวจเลว"หรือไม่เพราะยอมศิโรราบให้กับ"วาทิศ"ผู้มีอิทธิพลในสังคม
 
เหมือนเป็นการเสียดสีวงการ"สีกากี"เล็กๆว่าในวงการ"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"ยังมี"เหลือบไร"ที่แฝงตัวอยู่เป็นเบี้ยล่าง"ผู้มีอิทธิพล"
 
แต่บทกลับหักมุมพลิก"ปรมัตถ์"กลายเป็นสายให้กับหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจที่คอยคามสืบตัวการใหญ่องค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ และเขาก็เป็นผู้รู้คนแรกว่า"คุณ"คือใคร พร้อมกับการจบชีวิตลง เป็น"ชัยชนะ"และ"ความกล้าหาญ"ที่ได้มาโดยแลกกับ"ความตาย"
 
เรื่องนี้เป็นงานชิ้นโบว์แดงเรื่องหนึ่งของ"กาย"บทมีหลากหลายอารมณ์ให้เขาได้ปล่อยศักยภาพแบบเต็มที่ ช่วงต้นมีกุ๊กกิ๊ก-ขี้เล่น กลางเรื่องบทเก็บความรู้สึกจนคนดูสับสนว่าไอ้หมอนี่มัน"ร้าย"หรือ"ดี"กันแน่วะ
 
ชอบสุดคือบทสาดอารมณ์กับ"พอร์ช"ในหลายๆฉากโดยเฉพาะช่วงหลังๆมาแบบจัดเต็มเกินร้อย ทั้ง"กาย-พอร์ช"น่าจะได้มาปะทะกันอีกสักเรื่องแนวดราม่าเข้มๆหักเหลี่ยมเฉือนคม รู้สึกมั้ยครับว่าทั้งคู่หน้าตาคล้ายกันมาก เล่นเป็นพี่น้องกันได้สบายๆ
 
"วีรชัย หัตถโกวิท" ในบท"จ่าขจร"ภาพสะท้อนของตำรวจจราจรชั้นผู้น้อยที่มุ่งมั่นในหน้าที่การงาน จนทำให้เกิดช่องว่างในครอบครัวกับ"ลูกชาย" ลูกไม่เข้าใจพ่อ หันไปเสพยา สุดท้ายเจ้าตัวยอมเป็นสายให้"ผู้กองคณินทร์"เพื่อสืบตัวการใหญ่ขององค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ จุดจบของ"จ่าขจร"นำมาซึ่ง"ความภูมิใจ"ที่ต้องแลกมาด้วย"ความตาย" กว่าลูกจะยอมรับมันก็สายเกินไป
 
"เอ-วีรชัย"เข้าถึงจิตและวิญญาณความเป็น"จ่าขจร"ทั้งแววตาดุดัน เอาจริงเอาจัง แววเจ็บปวดรวดร้าวที่รู้ว่าลูกตนติดยา หวังว่าปลายปีนี้สาขานักแสดงสมทบชายน่าจะมีทั้ง"กาย"และ"เอ"ติดโผไปด้วย
 
"เดือน-ไปรมา รัชตะ" กับบท"เจ๊สุ"เมีย"จ่าขจร"ที่รักลูกชายมาก ยอมทุกอย่างเพื่อลูกแม้ลูกติดยา เป็นตัวแทนแม่ในสังคมทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี ถึงลูกจะผิดอย่างไรในสายตาคนอื่น แต่ลูกคือลูกพร้อมให้อภัยเสมอ "เดือน-ไปรมา"จัดเต็มอารมณ์ความเป็นแม่และเมียออกมาสุดพลัง บางซีนทำเอาน้ำตาไหลไปตามเธอ
 
"พล-พูลภัทร" บท"วาทิศ"นักธุรกิจใหญ่ผู้มีหน้าตาทางสังคมแต่เบื้องหลังเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ มีอดีตที่เจ็บปวดเป็นเด็กเร่ร่อน ที่"คุณ"นำมาเลี้ยงและถูกละเมิดทางเพศ เป็นคนจิตๆเลือดเย็นภายใต้หน้ากากความเป็นผู้ดีที่เห็นตามข่าวอาชญากรรมทุกวันนี้
  การแสดงของ"พล"เรื่องนี้ดีกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมา ดูไหลลื่น สายตาจิตๆหวาดๆการแสเงพัฒนาขึ้นมากโข
 
"สมภพ เบญจาธิกุล" ในบท"คุณตาณรงค์"ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราที่ใจดีแต่จริงๆแล้วเป็นหัวหน้าองค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ ภาพสะท้อนถึงความจริงในสังคมทุกวันนี้"อาชญากร"สามารถแฝงกายไปได้ทุกที่ ภายใต้หน้ากากแห่ง"ความใจดีเมตตา"
 
"นก-วนิดา"ในบท"เจ๊สวาท" ผู้ปล่อยเงินกู้เงาสะท้อนของสังคมปัจจุบันที่จ้องจับผิดคนอื่น ใช้สื่อโซเชียลในทาง"ทำลาย"มากกว่า"สร้างสรรค์"
 
นอกจากนี้บทยังเบรคความเครียดกับ "เจ๊อุ"บก.ข่าวหัวหน้า"มินตรา"ที่ได้"ปุ้ม-เปรมสุดา"ผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศช่อง๗ มาเป็นตัวชูรส พร้อมกับ"ไอ้จิ"(ณัฐชนน ภูวนนท์) ตากล้องจอมกวนที่เข้าขาเรียกเสียงฮาได้เป็นอย่างดี
 
รวมไปถึงฉากร้านอาหารของ"เฮีย"ปากหมาที่ได้ไอเดียมาจาก"ปองปากหมา"ใน"บุญชูผู้น่ารัก"หนังดังในอดีตก็เรียกเสียงฮาได้เยี่ยมยอด
 
"มือปราบเจ้าหัวใจ"ละครสร้างสรรค์ ชี้นำในทางบวกที่หลายคนอยากให้มี รู้สึกดีใจที่ช่อง๗ให้โอกาสละครแนวนี้มีที่ยืนบนจอโทรทัศน์
 
มันอาจจะเป็นเฟืองเล็กๆที่ให้กำลังใจ"ตำรวจ"ดีๆในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป รวมถึงเป็นกระจกเงาสะท้อน"เงามืด"ของ"สีกากี"ในบางส่วนให้สังคมได้รับรู้